<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FunNyBiz.ws</title>
	<atom:link href="http://www.funnybiz.ws/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.funnybiz.ws</link>
	<description>361° MLM New look!</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 15:14:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Twitter Marketing : ตอนที่ 1 ว่าด้วยเรื่องของ TweetPle&#8217;s และ TweetBerry</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/02/06/twitter-marketing-tweetple-tweetberry/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/02/06/twitter-marketing-tweetple-tweetberry/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 16:36:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่ายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=276</guid>
		<description><![CDATA[View :179 Welcome!! ยินดีต้อนรับสู่ทวิตภพ ทวิตภพเป็นชื่อเล่นของอาณาจักร Twitter ซึ่งเปิดรับทุกคนทุกเพศทุกวัยที่สนใจ ไม่ว่าใครก็ติดต่อสื่อสารกันได้หมดผ่านช่องทางของโลกทวิตเตอร์ ในวันนี้ Twitter เป็น Social Network ในลำดับต้นๆของโลกไปแล้วเป็นรองเพียงแค่ Facebook เท่านั้น ด้วยความที่เป็นสื่อสังคมที่เรียบง่าย ใช้งานง่าย หน้าตาดูดีน่ารักๆอย่างเจ้านกฟ้าจอมบ่น ทำให้ Twitter เข้าไปครองใจสาวก Social อย่างง่ายดาย&#8230; สำหรับบทความนี้ผมคงไม่มาสาธยายอะไรมากมายเกี่ยวกับ Twitter ให้งุ่มง่าม เพราะฉะนั้นเราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทำไมต้อง Twitter ? คำถามที่ผมมักตั้งขึ้นมาบ่อยๆเป็นคำถามแรกนั่นก็คือ &#8220;ทำไม?&#8221; ซึ่งในเรื่องของการตลาดแล้ว ทำไม Twitter มันถึงสำคัญนัก แล้วมันมีข้อดีอย่างไร ก่อนที่เราจะไปรู้จักข้อดีข้อเสียทางด้านการตลาดของ Twitter เราไปดูสถิติที่น่าสนใจกันก่อนดีกว่าครับ Twitter มีประชากรไทยกว่า 9 แสนคน จากสถิติเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ของเว็บ ZocialRank บอกไว้ว่า มีประชากรไทยเจื้อยแจ้วอยู่ในสังคม Twitter มากถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :179<br/><p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet.png"><img class="size-full wp-image-301 aligncenter" title="tweet" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet.png" alt="" width="630" height="518" /></a></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong><span style="font-size: large;">Welcome!! ยินดีต้อนรับสู่ทวิตภพ</span></strong></span></p>
<p>ทวิตภพเป็นชื่อเล่นของอาณาจักร Twitter ซึ่งเปิดรับทุกคนทุกเพศทุกวัยที่สนใจ ไม่ว่าใครก็ติดต่อสื่อสารกันได้หมดผ่านช่องทางของโลกทวิตเตอร์</p>
<p>ในวันนี้ Twitter เป็น Social Network ในลำดับต้นๆของโลกไปแล้วเป็นรองเพียงแค่ Facebook เท่านั้น ด้วยความที่เป็นสื่อสังคมที่เรียบง่าย ใช้งานง่าย หน้าตาดูดีน่ารักๆอย่างเจ้านกฟ้าจอมบ่น ทำให้ Twitter เข้าไปครองใจสาวก Social อย่างง่ายดาย&#8230; สำหรับบทความนี้ผมคงไม่มาสาธยายอะไรมากมายเกี่ยวกับ Twitter ให้งุ่มง่าม เพราะฉะนั้นเราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า</p>
<p><span style="font-size: large; color: #0000ff;"><strong>ทำไมต้อง Twitter ?</strong></span></p>
<p>คำถามที่ผมมักตั้งขึ้นมาบ่อยๆเป็นคำถามแรกนั่นก็คือ <strong>&#8220;ทำไม?&#8221;</strong> ซึ่งในเรื่องของการตลาดแล้ว ทำไม Twitter มันถึงสำคัญนัก แล้วมันมีข้อดีอย่างไร</p>
<p>ก่อนที่เราจะไปรู้จักข้อดีข้อเสียทางด้านการตลาดของ Twitter เราไปดูสถิติที่น่าสนใจกันก่อนดีกว่าครับ</p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>Twitter มีประชากรไทยกว่า 9 แสนคน</strong></span></p>
<p>จากสถิติเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ของเว็บ <a href="http://zocialrank.com/" target="_blank">ZocialRank</a> บอกไว้ว่า มีประชากรไทยเจื้อยแจ้วอยู่ในสังคม Twitter มากถึง 909,631 คน (นับเฉพาะคนที่ใช้งานประจำ) และยังบอกอีกว่าตลอดปี 2011 (2554) คนไทยส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์ถึง 451,733,405ข้อความ!</p>
<p>นอกจากนี้ Twitter ยังเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับแฟนๆหรือลูกค้าของแบรนด์อย่าง Dell Computer สื่อสารและปล่อยโปรโมทชั่นพิเศษผ่านแอคเค้าท์ <a href="https://twitter.com/#!/DellOutlet" target="_blank">@delloutlet</a> ธนาคารกสิกรไทยผูกมิตรกับลูกค้าผ่านแอคเค้าท์ <a href="https://twitter.com/#!/KBank_Live" target="_blank">@KBank_Live</a> และเมเจอร์ซินิเพลกถาม-ตอบปัญหา พร้อมแจ้งข่าวผ่านแอคเค้าท์ <a href="https://twitter.com/#!/MajorGroup" target="_blank">@MajorGroup</a></p>
<p><strong>นอกจากนี้ผลวิจัยเกี่ยวกับผู้ใช้ Twitter ที่มีต่อแบรนด์ จากผลสำรวจของ <a href="http://mashable.com/" target="_blank">Mashable</a> ยังพบว่า</strong></p>
<ul>
<li>60% ของผู้ติดตามแบรนด์มีแนวโน้มที่จะแนะนำแบรนด์ให้กับเพื่อนๆของเค้า</li>
<li>และมีถึง 50% ที่มีแนวโน้มจะใช้บริการหรือสินค้าของแบรนด์</li>
</ul>
<p><strong>ทั้งนี้เค้ายังสำรวจต่อไปอีกว่า มีเหตุผลอะไรที่ผู้ใช้ twitter ถึงได้เลือกที่จะ follow แบรนด์เหล่านั้น และนี่คือ 5 เหตุผลหลัก</strong></p>
<ul>
<li>64% บอกว่า &#8220;ฉันคือลูกค้าของแบรนด์&#8221;</li>
<li>61% บอกว่า &#8220;อยากเป็นคนแรกๆที่ทราบข้อมูลของแบรนด์&#8221;</li>
<li>48% บอกว่า &#8220;ติดตามเพราะอยากรับส่วนลดหรือโปรโมชั่น&#8221;</li>
<li>36% บอกว่า &#8220;ติดตามเพราะต้องการเข้าถึงข้อมูลพิเศษ&#8221;</li>
<li>28% บอกว่า &#8220;ต้องการข้อมูลสำหรับ ReTweet ให้กับ follower&#8221;</li>
</ul>
<p>จากผลสำรวจอันนี้เพื่อนๆก็พอจะเดากันออกนะครับว่า Twitter นั้นมีส่วนสำคัญในเชิงของการตลาดอย่างไรบ้าง</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>แล้วรูปแบบการตลาดที่เหมาะสมบน Twitter ล่ะ?</strong></span></p>
<p>ผมมักจะบอกอยู่เสมอๆว่า เรื่องของการตลาดเป็นเรื่องเกี่ยวกับ <strong>&#8220;กลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรม&#8221;</strong> ในที่นี้หมายถึงเราต้องมองหากลุ่มเป้าหมายของเราให้เจอเพื่อกำหนดทิศทางในการทำการตลาดและสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเราว่า เค้ามีลักษณะนิสัยอย่างไร</p>
<p>ทั้งนี้หากเพื่อนๆตั้งโจทย์ว่า จะทำการตลาดกับกลุ่มคนใน Twitter เพื่อนๆก็ต้องรู้จักตัวตนของชาวทวิตเตอร์กันก่อนครับ โดยกลุ่มคนที่เล่น twitter นั้นจะมี 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้</p>
<p><span style="color: #800000; font-size: large;"><strong>1.นักอ่าน</strong></span></p>
<p>กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีมากที่สุดในสังคมทวิตเตอร์ โดยเค้าจะใช้งานทวิตเตอร์เพื่อคอยติดตามข่าวสารต่างๆผ่าน แอคเค้าท์ที่เค้าสนใจ เช่น แรกๆผมใช้งาน twitter เพราะต้องการติดตาม <a href="https://twitter.com/#!/iPattt" target="_blank">@iPattt</a> และ <a href="https://twitter.com/#!/iMenn" target="_blank">@iMenn </a>สองกูรูด้านการทำเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงมากบน twitter</p>
<p>ลักษณะนิสัยของกลุ่มคนนักอ่านจะมีจำนวน following ที่ค่อนข้างเยอะ แต่ follower จะน้อย เพราะเค้าเน้นอ่านเนื้อหาที่ Timeline อย่างเดียวไม่ค่อยจะได้ทวีตอะไรสักเท่าไหร่</p>
<p><span style="color: #800000; font-size: large;"><strong>2.นักเขียน (Tweeter)</strong></span></p>
<p>กลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากครับ แต่ส่งผลในเชิงการตลาดมากทีเดียว คนกลุ่มนี้มีลักษณะนิสัยที่ชอบทวีตเจื้อยแจ้วอยู่เกือบจะตลอดเวลาบน twitter แต่ส่วนมากจะเป็น Celeb และนักข่าวซะส่วนใหญ่ครับ ด้วยจำนวน follower ที่มากมายของเค้าทำให้เวลาส่วนใหญ่ของเค้าคือ tweet และตอบ reply แต่ก็จะมีบ้างครับที่ไม่ใช่ Celeb กับนักข่าว แต่ชอบทวีตไปเรื่อย เหมือนว่าตัวเองกำลังเหงาไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยทวีตไป โดยไม่สนใจว่าใครจะอ่านก็ตาม #ประมาณนั้น</p>
<p><span style="color: #800000; font-size: large;"><strong>3.เป็นทั้งนักอ่านและนักเขียน</strong></span></p>
<p>กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่รองเป็นอันดับสองจากนักอ่านครับ คนกลุ่มนี้คือตัวแปลสำคัญของ twitter ที่ทำให้ twitter มีพลังอย่างมากในแง่ของการตลาด เพราะคนกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนบนทวิตภพอยู่ตลอดเวลา มีความเป็นกันเองสูง เป็นนักสื่อสารที่ดี เพราะใน twitter ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คนสนใจข้อความเพียงแค่ 140 ตัวอักษรของเราได้ง่ายๆ ชาว twitter ที่ประสบความสำเร็จ จึงเป็นนักสื่อสารด้วยข้อความที่กระชับตรงประเด็น เรียกว่าโปรยหัวเหมือนพาดหัวหนังสือพิมพ์และสามารถจบมันในตัวได้ด้วย</p>
<p>และด้วยความเป็นกันเองและค่อนข้างติด twitter ของคนกลุ่มที่สามเนี้ยแหละครับ จึงเกิดเป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกคนกลุ่มนี้ว่า&#8230;</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>TweetPle&#8217;s</strong></span></p>
<p><strong>ทวีตเปิ้ล</strong> เป็นชื่อเรียกของชาวทวิตภพครับ ไว้ใช้เรียกคนที่เริ่มติดทวิตเตอร์หรือใช้งานทวิตเตอร์อยู่เป็นประจำ กลุ่มคนที่เป็น tweetple จะมีลักษณะนิสัยเด่นๆอย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้น นอกจากเค้าจะมีมนุษย์สัมพันธ์ดีแล้วเป็นนักสื่อสารที่เก่ง รวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง เค้ายังเป็นพวกที่ชอบแสดงความคิดเห็นอีกด้วย</p>
<p>เราจะสังเกตุได้ง่ายๆว่า หากมีอะไรที่ตนพบเจอมา ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดี กลุ่มคนที่เข้าัขั้น TweetPle จะแสดงความเห็นของตัวเองออกมาผ่านการ tweet ทันที</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet001.png"><img class=" wp-image-305 aligncenter" title="tweet001" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet001.png" alt="" width="325" height="379" /></a></p>
<p>แล้วยิ่งถ้าบริการแย่ๆ ถึงขั้นทนไม่ไหวล่ะก็ แบรนด์มักจะโดนแบบนี้เสมอๆ</p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet002.png"><img class="wp-image-306 aligncenter" title="tweet002" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/tweet002.png" alt="" width="436" height="194" /></a></p>
<p>แต่สิ่งนี้แหละครับคือเครื่องมืออันชาญฉลาดหากแบรนด์หรือนักการตลาดนำไปใช้อย่างถูกทาง ก็จะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้โดยง่าย เพราะสิ่งที่เรามักเจอส่วนใหญ่ก็คือ <strong>&#8220;ผู้บริโภคมักจะไม่บ่นถึงข้อเสียกับแบรนด์โดยตรง แต่จะชอบเล่าให้เพื่อนฟังมากกว่า&#8221;</strong> เครื่องมืออย่าง twitter เองก็เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้เราเชคได้ว่า กำลังมีใครพูดถึงเราบ้าง เมื่อเราพบเจอปัญหาเราก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้โดยง่ายครับ</p>
<p>คราวนี้ก็อยู่ที่เพื่อนๆแล้วครับ ว่าจะเลือกเล่นในตำแหน่งไหน ในสามกลุ่มของชาวทวิตภพ แต่สำหรับผม ผมคิดว่าเพื่อนๆคงมองออกนะครับว่าตำแหน่งที่เหมาะกับนักการตลาดคือตำแหน่งไหน (^O^ )</p>
<p><span style="font-size: large; color: #ff0000;"><strong>คำถาม!! ถ้าเป็นมือใหม่อยากเริ่มใช้ twitter เพื่อการตลาดจะเริ่มต้นอย่างไร??</strong></span></p>
<p>ผมโดนคำถามนี้ค่อนข้างเยอะครับ เรียกว่ามือใหม่แทบทุกคนจะถามแบบนี้และที่สำคัญเค้าต้องการผลลัพท์ที่ค่อนข้างฉับไวซะด้วยสิ! ถ้างั้นผมก็จัดให้แบบฉับไวครับนั่นก็คือ ทำความรู้จักกับ <strong>TweetBerry</strong> ซะก่อน&#8230;. !?</p>
<p>เอ๊า!! หลายคนงงสินะ เจ้า tweetberry มันคืออะไรหว่า? มันคือโปรแกรมเล่นทวิตเตอร์บน blackberry เหรอ? หรือมันคือ app ใหม่? มันคืออะไรกันแน่&#8230;.?</p>
<p>เจ้า <span style="font-size: medium; color: #333399;"><strong>TweetBerry</strong></span> เป็นศัพท์ใหม่ที่ผมบัญญัติขึ้นมาเองแหละครับ ฮ่าๆๆ มันคือผลไม้สำหรับ tweetple ซึ่งถ้าคุณได้กลายร่างมาเป็น tweetple อย่างเต็มตัวแล้วล่ะก็ การขาด tweetberry จะทำให้คุณสูญเสียพลังไปอย่างมหาศาล!! (ฟังดูคุ้นๆม่ะ)</p>
<p>หลายคนอาจฟังดูคุ้นครับ แต่หลายคนไม่คุ้น ผมก็เลยนำภาพนี้มาให้ดูครับ&#8230;</p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/smurf.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-309" title="smurf" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/smurf.jpg" alt="" width="307" height="262" /></a></p>
<p>ชัดเจนครับ มันมาจาก Smurf Berry นั่นเองครับ (&gt;_&lt;&#8221; ) ถึงมันจะเป็นศัพท์ที่คิดขึ้นมาได้ตอนกำลังคลั่งไคล้เจ้าสีฟ้าตัวน้อยอย่าง Smurf อยู่ก็ตาม แต่มันก็มีสาระแฝงอยู่ในนั้นนะฮ๊าฟฟฟ</p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>เจ้า <span style="color: #333399;">TweetBerry</span> ที่ผมหมายถึงก็คือ <span style="color: #800000;">&#8220;สิ่งที่กระตุ้นเตือนความเป็นทวีิตเปิ้ล&#8221;</span> ยังไงล่ะครับ</strong></span></p>
<p>ลักษณะรูปลักษณ์ของ TweetBerry ของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปครับ แต่มันให้ผลลัพท์ดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>เกิดอาการคันไม้คันมืออยากพิมพ์ข้อความและกดปุ่ม tweet</li>
<li>เริ่มทวีตทุกอย่างที่ออกมาจากความคิดของตัวเอง</li>
<li>รู้สึกดีทุกครั้งที่มีคน mention มาหา</li>
<li>รู้สึกดีคูณสองเมื่อมีคน fav ข้อความของตัวเอง</li>
<li>รู้สึกดีคูณสามเมื่อมีคน retweet ข้อความของตัวเอง</li>
<li>ว่างเว้นจาก timeline ไม่ค่อยได้ ต้องกดดูทุกๆ 2 นาที</li>
<li>โปรดปรานที่จะใช้ # (HashTag) ในทุกๆข้อความ</li>
</ul>
<p>หากถามผมว่าจะเริ่มต้นทำการตลาดผ่านทวิตเตอร์ยังไง&#8230;? ผมก็แนะนำว่า ควรเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ twitter ซะก่อน ด้วยการลองชิม tweetberry ดูครับ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/02/06/twitter-marketing-tweetple-tweetberry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มือใหม่หัดทำงานออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/02/03/way-to-newbie-online-business/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/02/03/way-to-newbie-online-business/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2012 20:52:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนวคิดธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[งานออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[View :140 การเริ่มต้นทำงานออนไลน์ หรือคิดจะหาเงินออนไลน์ ที่ผมเรียกว่าอาชีพนักการตลาดออนไลน์ (Internet Marketing) ถ้าคุณอยากสำเร็จในอาชีพนี้หรืองานนี้คุณต้องมีความพร้อมเสียก่อน สำรวจตัวเองให้พร้อมก่อนเผื่อว่าคุณจะไม่ชอบมัน ไม่สนุกที่จะทำมัน จะได้ไม่เสียเวลาและแรงกายโดยเปล่าประโยชน์ อย่างที่ผมบอกว่าผู้คนไม่ชอบการทำธุรกิจเครือข่ายแบบที่ต้องไปชวนคน ไล่บี้ตื้อเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือต้องคุยกับคนไม่รู้จักไปเรื่อยๆ หรือที่ผมเรียกว่าการทำธุรกิจเครือข่ายแบบออฟไลน์ ทำให้ผู้คนมากหน้าหลายตา พาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะเค้าคิดว่า &#8220;เผื่อจะได้เจอโลกที่ดีกว่า&#8221; แต่ในวันนี้ผมอยากจะบอกว่า การทำงานออนไลน์มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด&#8230;. และมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิดเช่นกัน เพียงแต่คุณต้องมีการเตรียมพร้อมและสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมไหมสำหรับการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์? 1.รู้ก่อนว่าคุณกำลังทำธุรกิจ หลายคนพลาดพลั้งตรงนี้มาเยอะครับ พอเริ่มต้นเข้ามาจับงานออนไลน์ทำ ก็คาดหวังต่างๆนาๆว่า มันจะสบายอย่างงู้นอย่างงี้ ตรงนั้นก็สะดวก ตรงนี้ก็สะดวก เลยคิดว่าใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาหรือหลังเลิกเรียน มานั่งทำตรงนี้ก็พอแล้ว แต่จริงๆแล้วการทำงานออนไลน์มันก็ยังเป็นการทำธุรกิจอยู่ดีครับ &#8220;รายได้ของเราเกิดขึ้นจากสร้างผลงาน ไม่ใช่จากการขายเวลา&#8221; 2.เวลาในการทำงาน สิ่งสำคัญในการทำงาน คือการแบ่งเวลาในการทำงานให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วเพื่อนๆ อาจเกิดปัญหาด้านต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเวลากับคนรอบข้าง ปัญหาทางด้านสังคม(แบบออฟไลน์) และที่สำคัญ ปัญหาทางด้านสุขภาพ เพราะคนที่ทำงานออนไลน์ส่วนใหญ่ มักจะใช้ Internet หรือ อยู่หน้าจอคอมเกือบทั้งวัน เพราะฉะนั้น ควรแบ่งเวลาให้ดีๆ อย่าติดมันมากจนเกินไป รักษาสุขภาพบ้าง 3.รู้จักให้เวลาในการเรียนรู้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :140<br/><p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/online-ionbiz-seo-gdi.png"><img class="size-full wp-image-280 aligncenter" title="online-ionbiz-seo-gdi" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/online-ionbiz-seo-gdi.png" alt="" width="630" height="621" /></a></p>
<p>การเริ่มต้นทำงานออนไลน์ หรือคิดจะหาเงินออนไลน์ ที่ผมเรียกว่าอาชีพนักการตลาดออนไลน์ (Internet Marketing) ถ้าคุณอยากสำเร็จในอาชีพนี้หรืองานนี้คุณต้องมีความพร้อมเสียก่อน สำรวจตัวเองให้พร้อมก่อนเผื่อว่าคุณจะไม่ชอบมัน ไม่สนุกที่จะทำมัน จะได้ไม่เสียเวลาและแรงกายโดยเปล่าประโยชน์</p>
<p>อย่างที่ผมบอกว่าผู้คนไม่ชอบการทำธุรกิจเครือข่ายแบบที่ต้องไปชวนคน ไล่บี้ตื้อเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือต้องคุยกับคนไม่รู้จักไปเรื่อยๆ หรือที่ผมเรียกว่าการทำธุรกิจเครือข่ายแบบออฟไลน์ ทำให้ผู้คนมากหน้าหลายตา พาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะเค้าคิดว่า &#8220;เผื่อจะได้เจอโลกที่ดีกว่า&#8221;</p>
<p>แต่ในวันนี้ผมอยากจะบอกว่า การทำงานออนไลน์มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด&#8230;. และมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิดเช่นกัน เพียงแต่คุณต้องมีการเตรียมพร้อมและสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมไหมสำหรับการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์?</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>1.รู้ก่อนว่าคุณกำลังทำธุรกิจ</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/business-plan1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-281" title="business-plan1" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/business-plan1.jpg" alt="" width="450" height="300" /></a></p>
<p>หลายคนพลาดพลั้งตรงนี้มาเยอะครับ พอเริ่มต้นเข้ามาจับงานออนไลน์ทำ ก็คาดหวังต่างๆนาๆว่า มันจะสบายอย่างงู้นอย่างงี้ ตรงนั้นก็สะดวก ตรงนี้ก็สะดวก เลยคิดว่าใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาหรือหลังเลิกเรียน มานั่งทำตรงนี้ก็พอแล้ว แต่จริงๆแล้วการทำงานออนไลน์มันก็ยังเป็นการทำธุรกิจอยู่ดีครับ <strong>&#8220;รายได้ของเราเกิดขึ้นจากสร้างผลงาน ไม่ใช่จากการขายเวลา&#8221;</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>2.เวลาในการทำงาน</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Jet-Lag.gif"><img class="alignnone size-full wp-image-283" title="Jet-Lag" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Jet-Lag.gif" alt="" width="450" height="450" /></a></p>
<p>สิ่งสำคัญในการทำงาน คือการแบ่งเวลาในการทำงานให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วเพื่อนๆ อาจเกิดปัญหาด้านต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเวลากับคนรอบข้าง ปัญหาทางด้านสังคม(แบบออฟไลน์) และที่สำคัญ ปัญหาทางด้านสุขภาพ เพราะคนที่ทำงานออนไลน์ส่วนใหญ่ มักจะใช้ Internet หรือ อยู่หน้าจอคอมเกือบทั้งวัน เพราะฉะนั้น ควรแบ่งเวลาให้ดีๆ อย่าติดมันมากจนเกินไป รักษาสุขภาพบ้าง</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>3.รู้จักให้เวลาในการเรียนรู้</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Quick-German-Lesson-a.jpg"><img class="wp-image-284 aligncenter" title="Quick-German-Lesson-a" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Quick-German-Lesson-a.jpg" alt="" width="450" height="368" /></a></p>
<p>ผลงานทุกชิ้นย่อมเกิดจากการเรียนรู้และลงมือทำ ไม่มีใครสามารถกระโดดลงมาจับเสือมือเปล่าได้หรอกครับในธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตนี้ บางคนไม่มีความอดทนพอที่จะเรียนรู้วิธีการในการทำเงินที่มากขึ้น หรือรอคอยความสำเร็จไม่ได้ ส่วนใหญ่มักบอกว่าเค้าอ่านมาหมดแล้วศึกษาทั้งหมดที่เค้าบอกไว้หมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพท์สักที ก็เลยเลิกทำไปโดยที่ <strong>&#8220;ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเอง ไม่รู้อะไรเลย&#8221;</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>4.อุปกรณ์ในการทำงาน</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Tools.jpg"><img class="wp-image-286 aligncenter" title="Symbols for web developping" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/Tools.jpg" alt="" width="450" height="309" /></a></p>
<p>ในที่นี้หมายถึง คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานออนไลน์ จริงๆแล้ว สเป็กเครื่องของคอมพิวเตอร์ก็ไม่ต้อง เลิศหรูมากนัก เอาแค่พิมพ์งานได้ เข้าเว็บได้ เปิด Browser ได้ทีละหลายๆหน้าโดยไม่กระตุกก็พอแล้ว ส่วนความเร็วอินเตอร์เน็ตก็ควรจะให้เร็วแบบพอเหมาะ ไม่จำเป็นต้องแรงเกินไป รวมถึงรู้จักการใช้งานโปรแกรมสื่อสารออนไลน์ต่างๆ เช่น MSN, Skype, Gtalk และ Social Network ต่างๆ</p>
<p><span style="font-size: large; color: #0000ff;"><strong>5.เงินทุน</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/mooooney.jpg"><img class="wp-image-287 aligncenter" title="mooooney" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/mooooney.jpg" alt="" width="450" height="320" /></a></p>
<p>หลายๆคนฟังคำนี้แล้วเสียว ไม่อยากลงทุนไปซะอย่างงั้น ผมได้กล่าวไปแล้วตั้งแต่ข้อแรกว่ามันคือ ธุรกิจ เพราะบางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องลงทุนเงิน อาจจะไม่มาก แต่มันก็เป็นเงินลงทุน สิ่งสำคัญคือเพื่อนๆต้องวิเคราะห์ และศึกษาข้อมูลของธุรกิจออนไลน์ที่เพื่อนๆจะทำให้ดีๆ จะได้คุ้มค่ากับการลงทุน</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>6.บัตรเครดิตหรือบัญชีออนไลน์</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/online_banking.jpg"><img class="wp-image-288 aligncenter" title="online_banking" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/online_banking.jpg" alt="" width="450" height="331" /></a></p>
<p>ถ้าเพื่อนๆคิดจะหาเงินออนไลน์ บัตรเครดิตหรือบัญชีออนไลน์สำคัญมากๆ เนื่องจากว่าเราต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่เสมอในการทำเงิน ถึงมันจะไม่มาก แต่ส่วนใหญ่ต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือ บัญชี Paypal สำหรับท่านที่มีบัตรเครดิตนั้นผมแนะนำว่าตรวจสอบวงเงินที่เหลือให้ดี และคำนวณทุกครั้งก่อนจ่ายออกไป แต่สำหรับท่านที่ไม่มีบัตรเครดิต ผมแนะนำให้เปิดบัญชีของกสิกรไทย แล้วทำ K-cyber banking เป็นบัตร K-web shopping card จะใช้งานได้สะดวกกว่า และเราสามารถควบคุมวงเงินได้ด้วย</p>
<p>ทั้งนี้เราทำธุรกิจออนไลน์ ทำงานออนไลน์ การรู้จักการใช้งานธุรกรรมออนไลน์ไว้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น จะทำให้เราทำงานสะดวกมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>7.ที่ปรึกษาหรือแหล่งข้อมูลข้างกาย</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/1271302634.jpg"><img class="wp-image-289 aligncenter" title="1271302634" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/1271302634.jpg" alt="" width="450" height="292" /></a></p>
<p>การมีที่ปรึกษาหรือแหล่งข้อมูลที่ดีที่เชื่อถือได้ ก็ทำให้เพื่อนๆสบายใจไปได้เยอะแล้วครับ รวมไปถึงเมื่อเราลงมือทำงานจริงๆ เราก็สามารถที่จะเดินตามรอยที่ ที่ปรึกษาได้แนะนำไว้ได้เลย ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #800000; font-size: xx-large;"><strong>สุดท้ายอยู่ที่คุณเลือก</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/you.png"><img class="alignnone size-full wp-image-291" title="you" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/02/you.png" alt="" width="630" height="409" /></a></p>
<p>ผมอยากให้เพื่อน ๆ ใช้เวลาว่างสักนิดหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว เพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบความพร้อมต่าง ๆ และให้ใช้ข้อมูลทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใจเย็นๆ ไม่มีวิธีไหนที่มันจะ &#8220;รวยเร็ว&#8221; แล้วเค้าเอามาเปิดเผยหรือเอามาขายกันถูกๆ แน่นอน การอยากรู้ว่าเค้า &#8220;ทำยังไง&#8221; ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่เป็นผม ผมแนะนำให้อยากรู้ว่าเค้า &#8220;คิดอะไร&#8221; มากกว่า</p>
<p>จริงอยู่คนบางคนอาจจะประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด แต่มันก็เป็นเฉพาะบางคนเท่านั้น ผมแนะนำให้ค่อย ๆ ก้าว และเติบโตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อรายได้ที่ยั่งยืนจนเอาอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก</p>
<p>สุดท้ายเพื่อน ๆ จะมีเวลาอยู่กับครอบครัว มีความสุขแน่นอนครับ ผมรับรอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/02/03/way-to-newbie-online-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับ Capture Page และองค์ประกอบสำคัญในหน้า Capture Page</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/01/16/about-capture-page/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/01/16/about-capture-page/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 10:25:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องมือ]]></category>
		<category><![CDATA[capture page]]></category>
		<category><![CDATA[landing page]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=228</guid>
		<description><![CDATA[View :214ต้องยอมรับครับว่า Capture Page มีส่วนอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ หรือทำให้การทำธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น Capture Page หรือที่หลายๆคนเรียกว่า Landing Page (ปกติผมเรียกแบบนี้) คือ หน้าเว็บไซต์ที่ได้มีการจัดทำขึ้นไว้พิเศษสำหรับต้อนรับผู้สนใจที่คลิกเข้ามาที่หน้านี้ ซึ่งผู้สนใจเหล่านั้นอาจจะมาจากโฆษณาที่คุณได้ไปลงไว้ที่เว็บไซต์อื่นๆ โดยในหน้าเว็บไซต์หน้านี้จะมีการเน้น การนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนในหน้าเดียว เพื่อให้ผู้สนใจตัดสินใจจะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยให้จบในหน้านี้ ความสำคัญของ Capture Page ในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในธุรกิจนี้ก็คือ &#8220;รายชื่อ&#8221; ผมเชื่อแน่ๆว่าหลายๆคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายหมดปัญญาเรื่องการหารายชื่อเพื่อมาทำการสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการ STP , Opp ต่างๆ จนผู้คนเหล่านั้นต้องพาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะเค้าได้ยินมาว่า &#8220;ที่นี้มีรายชื่อไม่จำกัด&#8221; แต่เค้ากลับลืมไปว่า ที่มาของรายชื่อพวกนี้ ไม่ใช่แค่ใช้ Internet เป็นก็สามารถมีได้ มันต้องมีเครื่องมือและขั้นตอน ซึ่งเจ้า Capture Page ก็คือเครื่องมือนั้น ความสามารถของ Capture Page หรือ Landing Page ก็คือการทำ Lead Generation (การสร้างรายชื่อผู้สนใจ) โดยส่วนใหญ่หน้าตาและเนื้อหาของ Capture Page จะถูกออกแบบมาให้มีเนื้อหาที่กระชับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :214<br/><p>ต้องยอมรับครับว่า Capture Page มีส่วนอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ หรือทำให้การทำธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น Capture Page หรือที่หลายๆคนเรียกว่า Landing Page (ปกติผมเรียกแบบนี้) คือ หน้าเว็บไซต์ที่ได้มีการจัดทำขึ้นไว้พิเศษสำหรับต้อนรับผู้สนใจที่คลิกเข้ามาที่หน้านี้ ซึ่งผู้สนใจเหล่านั้นอาจจะมาจากโฆษณาที่คุณได้ไปลงไว้ที่เว็บไซต์อื่นๆ โดยในหน้าเว็บไซต์หน้านี้จะมีการเน้น การนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนในหน้าเดียว เพื่อให้ผู้สนใจตัดสินใจจะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยให้จบในหน้านี้</p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/16-1-2555-15-38-47.png"><img class="wp-image-243 aligncenter" title="16-1-2555 15-38-47" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/16-1-2555-15-38-47-1024x543.png" alt="" width="630" height="342" /></a></p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>ความสำคัญของ Capture Page</strong></span></p>
<p>ในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในธุรกิจนี้ก็คือ &#8220;รายชื่อ&#8221; ผมเชื่อแน่ๆว่าหลายๆคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายหมดปัญญาเรื่องการหารายชื่อเพื่อมาทำการสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการ STP , Opp ต่างๆ จนผู้คนเหล่านั้นต้องพาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะเค้าได้ยินมาว่า &#8220;ที่นี้มีรายชื่อไม่จำกัด&#8221; แต่เค้ากลับลืมไปว่า ที่มาของรายชื่อพวกนี้ ไม่ใช่แค่ใช้ Internet เป็นก็สามารถมีได้ มันต้องมีเครื่องมือและขั้นตอน ซึ่งเจ้า Capture Page ก็คือเครื่องมือนั้น</p>
<p>ความสามารถของ Capture Page หรือ Landing Page ก็คือการทำ Lead Generation (การสร้างรายชื่อผู้สนใจ) โดยส่วนใหญ่หน้าตาและเนื้อหาของ Capture Page จะถูกออกแบบมาให้มีเนื้อหาที่กระชับ ตรงประเด็น และง่ายต่อการตัดสินใจมากที่สุด เพื่อให้ผู้สนใจที่เข้ามาที่หน้านี้ทำการ Submit หรือลงชื่อกรอกข้อมูลแสดงความสนใจ และหลังจากนั้น เราก็จะนำรายชื่อเหล่านี้ไปเข้ากระบวนการ Follow Up ผ่าน Email Marketing อีกที</p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>องค์ประกอบสำคัญในหน้า Capture Page</strong></span></p>
<p>โดยปกติแล้ว หน้าแคปเจอร์เพจ จะเป็นหน้าที่สรุปข้อมูลทั้งหมดเพื่อเปลี่ยน &#8220;ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์&#8221; ให้เป็น &#8220;ผู้สนใจ&#8221; ให้เร็วที่สุดในหน้านี้ การออกแบบหน้า Capture Page ที่ดีควรทำข้อมูลที่เน้นและโฟกัสไปที่ข้อมูลเฉพาะของสิ่งที่ต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะ</p>
<p><strong>มีคำถามง่ายๆ ที่คุณจะต้องตอบก่อน ทำหน้า Capture Page ได้แก่</strong></p>
<ul>
<li>อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ ในหน้าๆนี้ ? (What)</li>
<li>ใครคือกลุ่มที่คุณต้องการดึงเค้าเหล่านั้นเข้ามาดู ? (Who)</li>
<li>ทำไมเค้าต้องสนใจสิ่งที่คุณนำเสนอ ? (Why)</li>
<li>เค้าต้องทำอย่างไร เมื่อต้องการเอาด้วยหรือติดต่อ ? (How)</li>
</ul>
<p>เขียนคำตอบทั้งหมด และพยายามสรุปรวบรวมข้อมูลหลักๆ นำมาสร้างเป็นข้อมูลที่มีแรงจูงใจ เพื่อทำให้ผู้สนใจเกิดการตอบสนองอย่างรวดเร็ว</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>องค์ประกอบหลักสำคัญที่ควรมีใน Capture Page</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>1.Headline</strong></span></p>
<p>ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะเห็นเป็นอันดับแรก ซึ่งผลการวิจัยบอกว่าส่วนหัวของเว็บเป็นส่วนที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เข้าใจว่า หน้านี้ต้องการจะสื่อความหมายอะไร โดยความคิดทั้งหมดจะถูกประมวลออกมาใน 5 วินาทีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนหากเรามีการทำหัวเว็บให้เข้าใจง่ายต่อสิ่งที่เราจะสื่อออกไป ก็เป็นตัวตัดสินได้เลยว่า ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะกลายเป็นผู้สนใจหรือไม่</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>2.เนื้อหาต้องผูกมิตรและแสดงตัวตน</strong></span></p>
<p>ในส่วนของเนื้อหาของตัวเว็บ (Body) จะแตกต่างจากการ Sponsor แบบออฟไลน์ที่เราเคยเจออย่างสิ้นเชิง เพราะผู้คนจะไม่สนใจว่าธุรกิจของคุณคืออะไร หรือมันเจ๋งแค่ไหน แต่เค้าอยากรู้จักคุณ ว่าคุณเป็นใคร มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน คุณเชื่ออย่างที่เค้าเชื่อไหม ผู้สนใจส่วนใหญ่จะยอมติดตามเรื่องที่เรานำเสนอเพราะว่าเราเคยผ่านเรื่องราวคล้ายๆเค้ามาก่อน และเราผ่านมันมาได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่เค้าอยากรู้ต่อว่าเราผ่านไปได้อย่างไร</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>3.สร้างหัวข้อที่สร้างความน่าสนใจ</strong></span></p>
<p>หลายๆครั้งหน้า Capture Page ของเราอาจจะไม่ได้สั้นไปทุกครั้ง บางครั้งมันอาจยาวยืดลงไปใช้เวลาดูหลายสิบนาที เพราะฉะนั้น เราอาจเขียนข้อความสั้นๆ ตัวใหญ่ๆ เด่นๆ เพื่อสรุปและเป็นหัวข้อให้กับผู้สนใจ เพื่อให้เค้าเข้าใจในสิ่งที่เราจะนำเสนอมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>4.ตั้งคำถามและตอบ</strong></span></p>
<p>พยายามใช้การตั้งคำถามที่คนส่วนใหญ่มักจะสนใจ และสร้างคำตอบทื่เชิญชวน เช่น &#8220;อยากเพิ่มความสำเร็จให้กับธุรกิจคุณหรือไม่? ลงทะเบียนรับ e-book การทำการตลาด 3.0 เพื่อเปิดโลกใหม่ให้กับธุรกิจของคุณ ฟรี!&#8221;</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>5.ใช้ภาพเข้าช่วย</strong></span></p>
<p>การอ่านเว็บไซต์ส่วนใหญ่ ผู้สนใจจะจับสายตากับสิ่งที่เป็นภาพเป็นอย่างแรก ดังนั้นควรจะเลือกภาพที่มีความโดดเด่น หลักๆ 1-2 ภาพ และไม่ควรมีภาพมากจนเกินไป จนทำให้ทุกภาพดูเด่นไปหมด และบริเวณภาพควรมีข้อมูลที่คุณต้องการสื่อ หรือนำเสนออยู่บริเวณนั้น</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>6.Call to Action</strong></span></p>
<p>เมื่อมีการกระตุ้น ผู้สนใจจนสนใจมากขึ้นจนเค้ารู้สึกอยากเอาด้วย การปิดจบทันที ด้วยปุ่มให้ผู้สนใจลิงค์ไปหน้าแบบฟอร์มลงชื่อ เพื่อการ follow up สานสัมพันธ์ต่อด้วย email marketing เพื่อไปสู่การ sign up เข้าร่วมธุรกิจต่อไป หลักการของ call to action เราควรมีปุ่มหรือแบบฟอร์มในตำแหน่งที่เหมาะสม และหาได้ง่ายในหน้านั้น สำคัญคือรูปภาพหรือลูกศรชี้ พร้อมข้อความสั้นๆที่กระตุ้นให้คลิก</p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/Capture-Pages.jpg"><img class="wp-image-245 aligncenter" title="Capture-Pages" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/Capture-Pages.jpg" alt="" width="600" height="173" /></a></p>
<p>สิ่งสุดท้ายที่คุณจะต้องทำคือการทดสอบหน้า Capture Page ของคุณว่า เมื่อมีการนำเสนอแล้ว เมื่อผู้สนใจเข้าสู่หน้านั้นๆแล้ว เกิดความสนใจ มากน้อยแค่ไหน โดยอาจจะให้เพื่อนของคุณ เข้ามาดูหน้าเว็บที่ทำเอาไว้ ภายใน 5 วินาที โดยไม่ต้องมีการบอกก่อน ว่าหน้าที่ต้องการให้นำเสนอเกี่ยวกับอะไรบ้าง หลังจากนั้น <span style="color: #ff0000;">ถามว่าอะไรคือสิ่งที่เค้าจำได้ในหน้าเว็บไซต์นั้นหลังจากดู อะไรคือสิ่งที่หน้าเว็บหน้านั้นต้องการจะถ่ายทอด หรือสื่อสาร ถ้าเพื่อนของคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่ <strong>&#8220;สิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ&#8221;</strong> ก็แสดงว่าคุณก็มาถูกทางแล้วครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/01/16/about-capture-page/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้าง Brand ของคุณบนโลกออนไลน์ด้วย About Me Page</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/personal-brand-with-about-me/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/personal-brand-with-about-me/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 20:31:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่ายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้าง brand]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=212</guid>
		<description><![CDATA[View :291ผมเชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงจะทำบล็อกหรือเว็บส่วนตัว และแน่นอนว่าเจ้าของบล็อกหรือเว็บต้องทำหน้าเพจที่เรียกว่า About Me แต่จะเขียนอย่างไรล่ะ ในเมื่อชีวิตของแต่ละคนผ่านมาหลายปี (หรือบางคนอาจจะหลายสิบปี) ย่อมมีหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา และสมควรนำมาเขียน มีเทคนิคง่ายๆในการเขียน About Me ครับ 1. First Impression by Picture ก่อนที่ผู้อ่านจะลงสายตาอ่านเรื่องราว About Me ของคุณ เขาจะต้องเห็นรูปของคุณก่อน รูปประจำโปรไฟล์ รูปดิสเพลย์ ฯ เชื่อไหมว่า รูปเพียงรูปเดียวก็บอกเรื่องราวได้หลายอย่างแล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกรูปประกอบโปรไฟล์ใน About Me ขอให้เลือกอย่างตั้งใจ อย่าสักแต่ว่าใช้รูปไหนก็ได้ รูปประจำตัวของคุณมีอิทธิพลต่อผู้อ่านไม่น้อยเลยครับ 2. Who are You? ชื่อเสียงเรียงนาม ชื่อจริง ชื่อเล่น ฉายา นามปากกา พ่อชอบเรียกว่า แม่ชอบเรียกว่า ยายชอบเรียกว่า  เพื่อนชอบเรียกว่า แฟนชอบเรียกว่า ยามหน้าหมู่บ้านชอบเรียกว่า ฯ ใส่ได้ตามสบาย บอกให้ผู้อ่านรู้ว่าคุณชื่ออะไร ลองนึกดูสิว่าเมื่อผู้ติดตามบล็อกหรือเว็บของคุณ เรียกคุณด้วยชื่อดังกล่าว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :291<br/><p>ผมเชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงจะทำบล็อกหรือเว็บส่วนตัว และแน่นอนว่าเจ้าของบล็อกหรือเว็บต้องทำหน้าเพจที่เรียกว่า About Me แต่จะเขียนอย่างไรล่ะ ในเมื่อชีวิตของแต่ละคนผ่านมาหลายปี (หรือบางคนอาจจะหลายสิบปี) ย่อมมีหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา และสมควรนำมาเขียน มีเทคนิคง่ายๆในการเขียน About Me ครับ</p>
<p><span style="font-size: large; color: #0000ff;"><strong>1. First Impression by Picture</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/16-1-2555-1-54-53.png"><img class=" wp-image-214 aligncenter" title="16-1-2555 1-54-53" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/16-1-2555-1-54-53.png" alt="" width="510" height="271" /></a></p>
<p>ก่อนที่ผู้อ่านจะลงสายตาอ่านเรื่องราว About Me ของคุณ เขาจะต้องเห็นรูปของคุณก่อน รูปประจำโปรไฟล์ รูปดิสเพลย์ ฯ เชื่อไหมว่า รูปเพียงรูปเดียวก็บอกเรื่องราวได้หลายอย่างแล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกรูปประกอบโปรไฟล์ใน About Me ขอให้เลือกอย่างตั้งใจ อย่าสักแต่ว่าใช้รูปไหนก็ได้ รูปประจำตัวของคุณมีอิทธิพลต่อผู้อ่านไม่น้อยเลยครับ</p>
<p><strong><span style="font-size: large; color: #0000ff;">2. Who are You?</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/who_are_you_113013602.gif"><img class=" wp-image-217 aligncenter" title="who_are_you_113013602" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/who_are_you_113013602.gif" alt="" width="510" height="271" /></a></p>
<p>ชื่อเสียงเรียงนาม ชื่อจริง ชื่อเล่น ฉายา นามปากกา พ่อชอบเรียกว่า แม่ชอบเรียกว่า ยายชอบเรียกว่า  เพื่อนชอบเรียกว่า แฟนชอบเรียกว่า ยามหน้าหมู่บ้านชอบเรียกว่า ฯ ใส่ได้ตามสบาย บอกให้ผู้อ่านรู้ว่าคุณชื่ออะไร ลองนึกดูสิว่าเมื่อผู้ติดตามบล็อกหรือเว็บของคุณ เรียกคุณด้วยชื่อดังกล่าว มันจะรู้สึกดีแค่ไหน ยิ่งถ้าใครนำชื่อตนเองมาเป็น URLด้วย หรือถ้านำชื่อตัวเองมาเป็นชื่อTitleของบล็อกนั้นๆ ฟันธงเลยว่าเมื่อบล็อกหรือเว็บของคุณดัง คุณก็จะดังไปด้วย คนทั้งเมืองจะรู้จักคุณ ชื่อไหนที่คุณคิดว่าจะติดปากผู้อ่าน นำมาพรีเซนท์ให้เต็มที่เลย</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="font-size: large;">3. Contacts</span></strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/contacts2.jpg"><img class="wp-image-218 aligncenter" title="e-mail symbol" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/contacts2-1024x718.jpg" alt="" width="510" height="345" /></a></p>
<p>สำแดงตัวตนให้ผู้อ่านรู้ ว่าคุณไม่ใช่นักรบเงาหรือนอมินี คุณจะต้องมีช่องทางการติดต่อ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะเราไม่รู้หรอกว่าผู้อ่านจะติดต่อเราทางไหนบ้าง ช่องทางการติดต่อที่นิยมกัน ได้แก่ MSN, Camfrog, Skype, e-mail etc., และ Social Netwprk ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Hi5, My Space, Multiply etc., ยิ่งคุณมีช่องทางการติดต่อมาก ผู้อ่านก็จะยิ่งรู้สึกชอบในตัวคุณ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะมันจะเป็นการสื่อสารโต้ตอบกัน บ่อยครั้งที่ผู้อ่านจะรู้สึกลึกๆว่า นั่งอ่านบล็อกอยู่คนเดียว คนเขียนเป็นใครก็ไม่รู้ เหมือนกำลังติดตามเงาของคนที่ไม่มีตัวตน แต่หากคุณมีช่องทางการติดต่อมากมายสารพัด ผู้อ่านจะยินดีติดตามคุณโดยไม่กังขา อย่างน้อยๆในบางครั้ง บทความที่คุณเขียน อาจมีคำชื่นชมจากผู้อ่าน สินค้าที่คุณขาย ผู้ซื้ออาจมีข้อสงสัย และคำติชมต่างๆ ก็เป็นประโยชน์ในการพัฒนาเว็บหรือบล็อกของคุณต่อไป</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>4. The most important Experience</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/49239-the-value-of-sharing-your-wisdom-and-experience.jpg"><img class=" wp-image-219 aligncenter" title="49239-the-value-of-sharing-your-wisdom-and-experience" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/49239-the-value-of-sharing-your-wisdom-and-experience.jpg" alt="" width="510" height="333" /></a></p>
<p>มีคำ 2 คำที่คุณต้องทำความเข้าใจ คือ &#8220;ทำอะไรได้&#8221; กับ &#8220;ทำอะไรมา&#8221; คำว่าทำอะไรได้ คือการบอกว่าคุณทำอะไรเป็น มีความสามารถอะไร หรืออีกทีก็คือการเยินยอตัวเอง ลองนึกถึงธรรมชาติผู้อ่านสิ ถ้าตัวเรากำลังเยินยอตัวเอง ใครที่ไหนจะมานั่งฟัง ไม่ใช่เรื่องผิด หากคุณจะสาธยายสิ่งที่คุณทำได้ แต่มันจะดีกว่า ถ้าคุณจะให้ความสำคัญกับเรื่อง &#8220;คุณทำอะไรมาบ้าง&#8221;</p>
<p>บอกเล่าประสบการณ์ ดีกว่าเยินยอความสามารถตัวเองให้ผู้อื่นฟัง ไม่มีใครอยากรู้หรอกว่าคุณทำอะไรได้บ้าง คุณไม่ใช่นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ไม่ใช่ดาราหนุ่มสุดฮอต ที่ไม่ต้องพรีเซนท์อะไรมากมายก็ทำเอาคนคลั่งไคล้กันทั้งเมือง</p>
<p>สิ่งที่ผู้อ่านคลั่งไคล้ในตัวคุณคือเว็บหรือบล็อกของคุณ อาจจะเป็นบทความ อาจจะเป็นสินค้าที่คุณขาย มันจะดูดีกว่า ถ้าคุณบอกเล่าประสบการณ์ได้สมฐานะกับการเป็นเจ้าของเว็บหรือบล็อกแห่งนั้น</p>
<p>จำประโยคนี้ไว้ ยิ่งประสบการณ์ของคุณโชกโชน คุณก็จะยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>5. What do you like the best?</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/you_like_this_facebook_tumbs_up_bumper_sticker-p128127724679874290z74sk_4001.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-222" title="you_like_this_facebook_tumbs_up_bumper_sticker-p128127724679874290z74sk_400" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/you_like_this_facebook_tumbs_up_bumper_sticker-p128127724679874290z74sk_4001.jpg" alt="" width="510" height="219" /></a></p>
<p>บอกเล่าสิ่งที่คุณชื่นชอบ เพื่อหาพวกเดียวกัน คุณอาจจะชอบถ่ายรูป ชอบท่องเที่ยว ชอบดูคลิป18+ ชอบช็อปปิ้ง ชอบพอลล่า ชอบกินกบ ฯลฯ เชื่อไหมล่ะว่า เพียงแค่คุณบอกว่าชอบหนังสือเรื่อง&#8230; ผู้อ่านบางคนก็จะปิ๊งคุณทันที ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า &#8220;จริงเหรอเนี่ย ฉันก็เคยอ่านหนังสือเล่มนนี้นะ กิ๊วๆ&#8221;</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>6. Your way and Your Word</strong></span></p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/qoute.png"><img class="size-full wp-image-221 aligncenter" title="qoute" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/qoute.png" alt="" width="510" height="270" /></a></p>
<p>หนึ่งคำคมของปราชญ์ ทลายกำแพงใจของคนเขลาได้นับแสน จงหาคำคมประจำตัวเอง แล้วใส่ไว้ใน About Me คำคมมักจะบ่งบอกแนวคิดของตัวคุณ สังเกตสิว่าในกระดาน Facebook หลายต่อหลายคนเพียงแค่โพสคำคมสองสามคำ ก็มีคนมากด Like กันเพียบ คำคมประจำตัวคุณจะเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว มีคำเตือนนิดว่า อย่าคมมาก อย่าลึกซึ้งมาก ถ้ามากเกินไป มันจะอ่านไม่เข้าใจ</p>
<p>สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคู่กับคำคมก็คือเป้าหมายชีวิต ประกาศให้ผู้อ่านรับทราบ เพื่อให้เขารู้ว่าเส้นทางชีวิตของคุณกำลังมุ่งไปที่จุดใด เมื่อเขาติดตามอ่านบทความของคุณ หรือติดตามดูสินค้าต่างๆของคุณ หรือแม้กระทั่งรับข่าวสารจากคุณทางเมล์ เขาจะรู้สึกกลายๆว่ากำลังเฝ้ามองคุณเติบโตในแต่ละวันโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว การประกาศบอกสิ่งเหล่านี้ ยังจะเป็นการตอกย้ำตัวคุณอีกด้วย ให้ฮึกเหิม และจะไม่มีวันย่อท้อ (ถ้าท้อก็อายผู้อ่านสิ จริงไหม)</p>
<p>มีเนื้อหาอีกหลายอย่างใน About Me สุดแล้วแต่คุณจะเขียน ที่แนะนำนี้ก็เป็นหลักๆซึ่งก็คือสิ่งที่เราจะต้องพรีเซ็นท์ให้ได้ เมื่อคุณขีดๆเขียนๆครบความแล้ว มาดูกันต่อครับว่า การเขียน About Me จะเขียนในรูปแบบไหนได้บ้าง</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>1. Resume&#8217; of Me</strong></span></p>
<p>คือการเขียนรีซูเม่ส่วนตัว ถ้าใครเคยสมัครงานคงจะรู้จักเป็นอย่างดี มันก็คือการทำโปรไฟล์หรือข้อมูลส่วนตัวนั่นเอง การเขียนรีซูเม่ก็เหมือนการนำเสนอตัวของคุณเอง ยิ่งเขียนมาก ผู้อ่านก็ยิ่งรู้จักข้อมูลส่วนตัวของคุณมากขึ้น รูปแบบการเขียนจะคล้ายๆใบสมัครงาน มีช่องระบุเรียบร้อย ใส่แต่ข้อมูลตามที่ระบุ ข้อดีของการเขียนรีซูเม่คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเขียน เพราะคุณแค่กำหนดหัวข้อแต่ละอย่างว่าคืออะไรบ้าง เช่น ชื่อ-สกุล, ช่องทางการติดต่อ, ประสบการณ์, สถาบันที่เกี่ยวข้อง, รางวัลเกีรติยศ, คำคม, เป้าหมาย ฯลฯ เมื่อระบุแล้ว คุณก็แค่ใส่ข้อมูลตามที่ระบุไว้ แปะรูปตัวเองด้วย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ข้อเสียของการเขียนแบบรีซูเม่คือ มันจะดูจืดชืด สิ่งที่บอกผ่านรีซูเม่คือข้อมูลเท่านั้น มีความคิดของคุณปะปนซ่อนอยู่เพียงเล็กน้อย</p>
<p>แต่ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าคุณชอบที่จะเขียนรีซูเม่ก็เขียนได้เลย มันอยู่ที่ความชอบส่วนตัวครับ</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>2. Story of Me</strong></span></p>
<p>คือการเขียนโปรไฟล์ส่วนตัวในรูปแบบของเรื่องราว ใช้สรรพนามแทนตัวบุรุษที่1 (ฉัน, ผม, ดิฉัน, หนู, ข้าพเจ้า, เดี๊ยน ฯ) หรือสรรพนามบุรุษที่3 (เขา, หล่อน, มัน, อินี่ ฯ)</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>สรรพนามบุรุษที่1</strong></span> จะคล้ายๆกับการพูดคุยกับผู้อ่าน เหมือนกำลังเล่าเรื่องตัวเองให้ผู้อ่านฟัง<br />
<span style="text-decoration: underline;"><strong>สรรพนามบุรุษที่3</strong></span> จะเป็นการเล่าโดยเงา เหมือนมีใครคนหนึ่งกำลังเล่าเรื่องตัวคุณให้ผู้อ่านฟัง</p>
<p>หลายคนอยากจะเขียน About Me เป็นเรื่องราวแบบนี้ แต่ไม่ชำนาญภาษา อันที่จริงไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาเลย ถ้าคุณใช้ภาษาไทยมาตั้งแต่เกิด แค่เขียนเรื่องราวของตัวเอง มันง่ายยิ่งกว่าต้มมาม่าซะอีก เล่ามาเถอะ บ่งบอกความเป็นตัวคุณ อาจจะฝึกเล่าใน Note Pad ก่อนก็ได้ เมื่อมั่นใจแล้วก็ค่อยเผยแพร่</p>
<p><a href="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/story.png"><img class="size-full wp-image-224 aligncenter" title="story" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/story.png" alt="" width="510" height="300" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ข้อดีของการเขียน Story of Me</strong></span> คือการถ่ายทอดข้อมูลส่วนตัวไปพร้อมๆกับความคิดของคุณ สิ่งที่เขียนออกมาจะบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้มาก เหมือนคำเปรียบเปรยที่ว่า อยากรู้จักนักเขียน ให้อ่านสิ่งที่เขาเขียน ถ้อยความที่คุณบอกเล่าออกมา จะแทรกซึมมาด้วยแนวคิด ทัศนคติ และหลายสิ่งที่คุณอาจจะไม่เคยบอกใคร แต่การเขียน Story of Me ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น บางครั้งการเขียนที่ยืดยาว (ถ้าเขียนเกิน2หน้าA4ก็ถือว่ายาวแล้วครับ) มันจะทำให้ผู้อ่านเบื่อที่จะอ่าน ยิ่งเขียนยาว ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะฝึกการใช้ภาษาเขียน มันจะช่วยให้ผู้อ่านติดตามอ่านจนจบ เมื่อไหร่ที่คุณเขียนได้อรรถรส จากข้อเสียก็จะกลายเป็นข้อดีในทันที ผู้อ่านจะติดตามอ่านเรื่องราวของคุณด้วยความสนุกชนิดที่ว่า วางไม่ลง</p>
<p>ถ้ายังไม่มั่นใจ หรือถ้ายังไม่ชำนาญภาษาเขียน ทดลองเขียนสักครึ่งหน้าก่อน เมื่อคุณคิดว่าใช้ภาษาเขียนคล่องแล้ว จะต่อเติมอย่างไร ยาวแค่ไหน ก็สุดแล้วแต่ตัวคุณ</p>
<p><span style="color: #800000;">นี่ก็คือเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการเขียน About Me ผมสนับสนุนการเขียน About Me ก็เพราะว่าโลกอินเตอร์เน็ตกำลังเติบโตไม่หยุดหย่อน เจ้าของเว็บหรือบล็อก ควรทำเพจ About Me รองรับการโต้ตอบกับผู้อ่าน เพราะยุคสมัยตัวใครตัวมันบนโลกอินเตอร์เน็ต จบลงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักรบเงา นักเลงคีย์บอร์ด หรือนอมินี ต่อไปนี้เราจะได้รู้จักผู้อ่าน และผู้อ่านก็จะได้รู้จักเรา มันคือกุญแจสำคัญในการประชาสัมพันธ์อะไรก็ตามบนอินเตอร์เน็ต</span></p>
<p>ไม่ว่า About Me จะออกมาในรูปแบบใด ขอให้คุณตระหนักไว้ว่า นั่นคือตัวคุณ ไม่ใช่สนเท่ห์ ไม่ใช่การหลอกลวง สิ่งนี้สำคัญมาก มีผลต่อศรัทธาของผู้อ่าน ส่วนคุณจะเขียนในรูปแบบไหนให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ก็ต้องใช้วิจารณญาณครับ เว็บหรือบล็อกบางแห่ง ไม่เหมาะที่จะเขียนแบบ Story of Me ในขณะที่บางแห่ง เขียนแบบ Story of Me จะดูมีภาษีกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สละเวลาสักนิดทำเพจ About Me เชื่อสิว่าท้ายที่สุด สิ่งที่คุณจะได้รับโดยไม่รู้ตัวคือ ผู้อ่านจะชื่นชอบในตัวคุณ พวกเขาจะบอกต่อ กลุ่มผู้อ่านจะขยายตัว ยิ่งคุณมีการอัพเดท คุณก็จะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่สุดยอด คุณไม่จำเป็นต้องสาธยายสินค้าที่คุณขายนับร้อยนับพันรายการ เพียงแค่คุณทำหน้าเพจ About Me เพียงหน้าเดียวก็เกินพอ &#8220;จงขายตัวคุณให้ได้ก่อนขายสินค้า&#8221; ตามศัพท์ที่เหล่านักการตลาดบนอินเตอร์เน็ตเรียกกันว่า <span style="text-decoration: underline;"><strong>Personal Branding</strong></span></p>
<p>ที่มาของเนื้อหา : <a href="http://blog.gdimakemerich.ws/" target="_blank">blog.gdimakemerich.ws</a><br />
เขียนโดย : <a href="https://www.facebook.com/NoNeedGuNote" target="_blank">Alan Ruengrit </a><br />
เรียบเรียงและแก้ไข : <a href="https://twitter.com/#!/kunChaiArt" target="_blank">@kunChaiArt</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/personal-brand-with-about-me/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>8 เครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/8-tools-mlm-online/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/8-tools-mlm-online/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 07:33:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องมือ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือ ธุรกิจเครือข่าย ออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=194</guid>
		<description><![CDATA[View :342ในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ มีปัจจัยหลายๆอย่างที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์นี้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือ เครื่องมือ ในการทำธุรกิจ สำหรับบทความนี้ผมจะมาบอกถึงเครื่องมือในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ว่ามีอะไรบ้าง 1.Domain Name แน่นอนครับ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยบนโลกออนไลน์ก็คือเว็บไซต์ และสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกถึงเว็บไซต์ก็คือ โดเมนเนม มันคือชื่อของเว็บไซต์นั้นๆที่เราพิมชื่อลงไปเพื่อเข้าเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง หากไม่มีชื่อโดเมนเราก็สามารถเข้าเว็บไซต์ต่างๆได้ครับ โดยการพิม ip แทน ตัวอย่างเช่น 66.220.149.11 เพื่อนๆลองพิม ip นี้ แล้วดูสิว่ามันคือเว็บอะไรครับ (^__^ ) เอาเป็นว่า ผมคิดว่าเพื่อนๆคงรู้แล้วละ ทีนี้ ปัญหาคือ ใครจะมาจำไอ้เลขยาวๆนี่ละครับ? ระบบจึงคิดค้น โดเมนเนม ขึ้นมาใช้แทน ip และเจ้า Domain Name ผมก็เปรียบเสมือนบ้านเลขที่นั่นล่ะคับ 2.Hosting เมื่อเรามีบ้านเลขที่แล้ว เราก็ต้องมีบ้านใช่ไหมครับ เอาไว้อยู่อาศัย เอาไว้เก็บข้าวของต่างๆ หรือเราตกแต่งดีๆแล้วก็เชิญเพื่อนบ้านเข้ามาเยี่ยมชมในบ้านของเราได้เลย เจ้า Hosting ก็คือสิ่งนั้นครับ โฮสเป็นตัวเก็บไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์วีดิโอ และสำคัญคือมันเป็นตัวเก็บไฟล์ที่ประกอบขึ้นมาเป็นเว็บไซต์ให้เราเยี่ยมชมนั่นละครับ 3.Wordpress Blog เครื่องมือที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดแล้วสำหรับการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์นั่นก็คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :342<br/><p>ในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ มีปัจจัยหลายๆอย่างที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์นี้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือ เครื่องมือ ในการทำธุรกิจ สำหรับบทความนี้ผมจะมาบอกถึงเครื่องมือในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ว่ามีอะไรบ้าง</p>
<p><img class="wp-image-208 aligncenter" title="online-tools-business-should-be-using" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/online-tools-business-should-be-using.jpg" alt="" width="630" height="505" /></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="font-size: large;">1.Domain Name</span></strong></span></p>
<p>แน่นอนครับ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยบนโลกออนไลน์ก็คือเว็บไซต์ และสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกถึงเว็บไซต์ก็คือ โดเมนเนม มันคือชื่อของเว็บไซต์นั้นๆที่เราพิมชื่อลงไปเพื่อเข้าเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง หากไม่มีชื่อโดเมนเราก็สามารถเข้าเว็บไซต์ต่างๆได้ครับ โดยการพิม ip แทน ตัวอย่างเช่น 66.220.149.11 เพื่อนๆลองพิม ip นี้ แล้วดูสิว่ามันคือเว็บอะไรครับ (^__^ ) เอาเป็นว่า ผมคิดว่าเพื่อนๆคงรู้แล้วละ ทีนี้ ปัญหาคือ ใครจะมาจำไอ้เลขยาวๆนี่ละครับ? ระบบจึงคิดค้น โดเมนเนม ขึ้นมาใช้แทน ip และเจ้า Domain Name ผมก็เปรียบเสมือนบ้านเลขที่นั่นล่ะคับ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>2.Hosting</strong></span></p>
<p>เมื่อเรามีบ้านเลขที่แล้ว เราก็ต้องมีบ้านใช่ไหมครับ เอาไว้อยู่อาศัย เอาไว้เก็บข้าวของต่างๆ หรือเราตกแต่งดีๆแล้วก็เชิญเพื่อนบ้านเข้ามาเยี่ยมชมในบ้านของเราได้เลย เจ้า Hosting ก็คือสิ่งนั้นครับ โฮสเป็นตัวเก็บไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์วีดิโอ และสำคัญคือมันเป็นตัวเก็บไฟล์ที่ประกอบขึ้นมาเป็นเว็บไซต์ให้เราเยี่ยมชมนั่นละครับ</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>3.Wordpress Blog</strong></span></p>
<p>เครื่องมือที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดแล้วสำหรับการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์นั่นก็คือ WordPress เจ้าเวิร์ดเพรสเนี้ยเป็น CMS(Content Management System) เอาไว้ใช้สำหรับสร้าง Blog ซึ่งเจ้า Blog เนี้ยแหละครับที่มีความสำคัญอย่างมากในการทำให้เราสามารถขยายเครือข่ายและมีคนมาเข้าร่วมกับธุรกิจเราได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าจะพูดถึงความสามารถด้านการทำเงิน ผมยกให้ wp เป็น script อันดับหนึ่งเลยล่ะคับ</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>4.Landing Page</strong></span></p>
<p>แลนดิ่งเพจที่แปลกันตรงๆว่าหน้าลงจอด หรือจะให้เข้าใจในศัพท์ของนักการตลาดก็คือ &#8220;หน้าปิดการขาย&#8221; โดยส่วนใหญ่แล้วในทุกธุรกิจเค้าจะต้องทำ Landing Page กันอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มยอดขายให้ได้มากขึ้น ยิ่ง Landing Page มีประสิทธิภาพเท่าไหร่ ผลกำไรก็มากขึ้นตามไปเท่านั้น ในธุรกิจเครือข่าย Landing Page ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะเราจะเอาไว้ใช้สำหรับเก็บรายชื่อผู้สนใจ(ส่วนใหญ่จะเรียก Capture Page) เพื่อนำไป follow up ต่อ</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>5.Autoresponder</strong></span></p>
<p>เมื่อมีรายชื่อ ก็ต้องมีการติดตาม Email Autoresponder เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการทำ e-mail Marketing เพราะมันมีความสามารถในการส่ง email แบบอัตโนมัติให้เป็นชุดๆให้กับรายชื่อที่เราเก็บมาได้ ความสำคัญในกระบวนการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ Autoresponder นับว่ามีความสำคัญมาเป็นอันดับ 3 รองจาก WP และ LP เลยทีเดียว ส่วนเจ้าที่เค้าใช้กันส่วนใหญ่ก็มี Getrespone กับ ARP(Autoresponder plus)</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>6.Instant Message</strong></span></p>
<p>โปรแกรมบ้านๆ แต่ทรงพลังอย่าง IM(Instatnt Message) เช่น MSN, Skype, Google Talk หรือแม้แต่ facebook chat ก็ตาม เหล่านี้นับเป็นตัวช่วยให้เราทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น เพราะโปรแกรมแหล่งนี้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารแบบออนไลน์ ทำให้เราสามารถคุยกับผู้สนใจหรือทีมงานของเราได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางในกรณีนัดเจอ หรือโทรคุยกันให้เปลืองค่าโทรศัพท์ เพราะเจ้าโปรแกรมเหล่านี้เกือบทั้งหมด สนับสนุน vdo call และ voice chat แล้วทั้งนั้น</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>7.Social Network</strong></span></p>
<p>หากไม่พูดถึงสิ่งนี้ในยุคนี้คงเป็นไปไม่ได้ Social Network กลายมาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบัน จากการที่เราเห็นหนังสือต่างๆมากมายที่ตีพิมพ์ในเรื่องของ &#8220;Social Network Marketing&#8221; , Social Media Marketing หรือแม้แต่ระบุเจาะจงไปเลยอย่าง Facebook Marketing, Twitter Marketing อันเนื่องด้วยพฤติกรรมของผู้ใช้อินเตอร์เนตในปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะ ผู้ใช้มีสิทธิเข้ามาสร้างเนื้อหาผ่าน Social Network มากขึ้น ทำให้การตลาดในรูปแบบนี้ มีความสำคัญและสร้างผลกำไรให้กับหลายๆบริษัทมาแล้ว</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>8.Social Tools</strong></span></p>
<p>มี Social Network ก็ต้องมีโปรแกรมเสริมไว้เล่นคู่กัน โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าพ่ออย่าง Facebook จะเน้นไปที่การเล่นผ่านหน้าเว็บเป็นหลัก แต่ถึงกระนั้นโปรแกรมช่วยก็มีส่วนสำคัญบนการเล่นผ่านมือถือ เพราะในปัจจุบันคนใช้เนตผ่านมือถือเพิ่มขึ้นมากแบบก้าวกระโดด ทำให้ Apps ต่างๆที่สนับสนุนการเล่น Social Network ออกมากันตรึม ตัวหลักๆที่ผมใช้อยู่และฮอตมากๆก็ TweetDeck เจ้าตัวนี้เล่นได้ทั้งทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ค ที่สำคัญเจ้าโปรแกรมนี้เล่นได้ทั้ง Desktop และ Mobie</p>
<p><img class="wp-image-210 aligncenter" title="computer" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/computer.jpg" alt="" width="630" height="416" /></p>
<p>นี่เป็นเพียง 8 เครื่องมือหลักๆเท่านั้นที่เมื่อเราก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ เราควรจะมีติดไว้และใช้ให้เป็น ถ้าเราสามารถใช้เจ้าเครื่องเหล่านี้ได้ชำนาญเท่านั้น โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ก็มีมากเท่านั้น</p>
<p>ในส่วนของรายละเอียดลึกๆของการใช้เครื่องมือเหล่านี้ ผมจะมาว่ากันในบทความหน้านะครับ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/01/15/8-tools-mlm-online/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิค 4 ข้อในการเขียนบทความ</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2012/01/14/4-tips-write-articles/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2012/01/14/4-tips-write-articles/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2012 02:07:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่ายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิค เขียนบทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=198</guid>
		<description><![CDATA[View :209 ในการเขียนบทความเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจออนไลน์ ยิ่งเราๆท่านๆที่ทำธุรกิจเครือข่ายกันแล้ว เมื่อปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์เราจะมานั่งเม๊าท์เมามัน สปอนเซอร์คนแบบโลกออฟไลน์คงเป็นไปไม่ได้ ในโลกออนไลน์คนส่วนใหญ่ชอบอ่าน ชอบดู ชอบฟัง ในสิ่งที่เค้าต้องการจะรับรู้เท่านั้น เพราะฉะนั้น เราก็หมดสิทธิ์เลยครับที่จะเดินเข้าไปหาเค้าก่อนแล้วเข้าไปพูดคุยกับเค้ายั่งกับเซลแมนแบบนั้นไม่ได้แน่ๆบนโลกออนไลน์ ผมจึงได้นำเทคนิคการเขียนบทความ มาฝากเพื่อนๆกันครับ บทความนี้เป็นบทความที่เพื่อนผม(Alan Ruengrit) ได้เขียนไว้ให้เมื่อนานมาแล้วนะครับ แต่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอเลยล่ะ เทคนิคสั้นๆง่ายๆ สำหรับคนอยากจะเขียนบทความในอินเตอร์เน็ต งานนี้ไม่เกี่ยวกับหน้าตาหรือรูปร่าง ไม่ต้องโทรมาภายใน 10 นาที แค่ลองนำ 4 ข้อที่ว่านี้ไปพิจารณา คุณอาจจะพบเทคนิคแนวๆในการเขียนบทความส่วนตัวของคุณก็ได้ครับ ต้นฉบับเป็นเมล์ที่ผมได้รับจากเว็บไซต์บทความภาษาอังกฤษแห่งหนึ่ง ผมลองแปลคร่าวๆ (มั่วบ้างเล็กน้อย) ก็ได้เทคนิคมา 4 ข้อครับ ของเดิมมี 5 ข้อ ในส่วนที่ตัดออกไป คือเทคนิคการกำหนดจำนวนคำที่จะเขียน ซึ่งในบทความภาษาอังกฤษ จะมีการนับคำเพื่อกำหนดขอบเขตของบทความ พูดง่ายๆก็คือ เราสามารถรู้ได้ทันทีว่าเราจะเขียนกี่คำ จะทำให้เราเจาะจงเขียนอย่างกระชับรัดกุมและมีประสิทธิภาพที่สุด แต่สำหรับภาษาไทย จะให้นั่งนับคำคงไม่เหมาะ (หรือใครอยากจะลอง) อันที่จริงภาษาไทยแค่พลิกลิ้นความหมายก็เปลี่ยน การกำหนดจำนวนคำ ไม่ได้ส่งผลต่อการเขียนบทความภาษาไทย ผมจึงตัดออก เหลือเทคนิคแจ่มๆ 4 ข้อครับ Say [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :209<br/><p><img class="alignnone  wp-image-199 aligncenter" title="Article-Writing-Plagiarism-Checker" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/Article-Writing-Plagiarism-Checker.jpg" alt="" width="630" height="463" /></p>
<p>ในการเขียนบทความเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจออนไลน์ ยิ่งเราๆท่านๆที่ทำธุรกิจเครือข่ายกันแล้ว เมื่อปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์เราจะมานั่งเม๊าท์เมามัน สปอนเซอร์คนแบบโลกออฟไลน์คงเป็นไปไม่ได้ ในโลกออนไลน์คนส่วนใหญ่ชอบอ่าน ชอบดู ชอบฟัง ในสิ่งที่เค้าต้องการจะรับรู้เท่านั้น เพราะฉะนั้น เราก็หมดสิทธิ์เลยครับที่จะเดินเข้าไปหาเค้าก่อนแล้วเข้าไปพูดคุยกับเค้ายั่งกับเซลแมนแบบนั้นไม่ได้แน่ๆบนโลกออนไลน์ ผมจึงได้นำเทคนิคการเขียนบทความ มาฝากเพื่อนๆกันครับ</p>
<p>บทความนี้เป็นบทความที่เพื่อนผม(<a href="https://www.facebook.com/NoNeedGuNote" target="_blank">Alan Ruengrit</a>) ได้เขียนไว้ให้เมื่อนานมาแล้วนะครับ แต่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอเลยล่ะ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เทคนิคสั้นๆง่ายๆ สำหรับคนอยากจะเขียนบทความในอินเตอร์เน็ต งานนี้ไม่เกี่ยวกับหน้าตาหรือรูปร่าง ไม่ต้องโทรมาภายใน 10 นาที แค่ลองนำ 4 ข้อที่ว่านี้ไปพิจารณา คุณอาจจะพบเทคนิคแนวๆในการเขียนบทความส่วนตัวของคุณก็ได้ครับ</p>
<p>ต้นฉบับเป็นเมล์ที่ผมได้รับจากเว็บไซต์บทความภาษาอังกฤษแห่งหนึ่ง ผมลองแปลคร่าวๆ (มั่วบ้างเล็กน้อย) ก็ได้เทคนิคมา 4 ข้อครับ ของเดิมมี 5 ข้อ ในส่วนที่ตัดออกไป คือเทคนิคการกำหนดจำนวนคำที่จะเขียน ซึ่งในบทความภาษาอังกฤษ จะมีการนับคำเพื่อกำหนดขอบเขตของบทความ พูดง่ายๆก็คือ เราสามารถรู้ได้ทันทีว่าเราจะเขียนกี่คำ จะทำให้เราเจาะจงเขียนอย่างกระชับรัดกุมและมีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<p>แต่สำหรับภาษาไทย จะให้นั่งนับคำคงไม่เหมาะ (หรือใครอยากจะลอง) อันที่จริงภาษาไทยแค่พลิกลิ้นความหมายก็เปลี่ยน การกำหนดจำนวนคำ ไม่ได้ส่งผลต่อการเขียนบทความภาษาไทย ผมจึงตัดออก เหลือเทคนิคแจ่มๆ 4 ข้อครับ</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>Say what you need to say as simply</strong></span></p>
<p><img class="wp-image-200 aligncenter" title="DSC02273" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/DSC02273.jpg" alt="" width="500" height="221" /></p>
<p>เขียนด้วยคำที่เข้าใจง่ายๆ อันนี้มักจะเป็นปัญหาสำหรับนักเขียนใหม่ๆ ที่มักจะกลายพันธุ์เป็นนักสร้างศัพท์ สลับไวยกรณ์วนไปวนมา และเต็มไปด้วยคำฟุ่มเฟือย ลองนึกถึงสิ่งที่คุณอยากจะบอกในบทความ แล้วก็เขียนออกมาอย่างง่ายๆ ด้วยตัวอักษรง่ายๆ ถ้าคำคุณศัพท์หรือกิริยาวิเศษณ์ฟุ้งเฟ้อไปทั่วบทความ แต่คนอ่านไม่เข้าใจว่าคุณกำลังจะสื่ออะไร บทความนั้นก็ได้คะแนนติดลบจากใจผู้อ่านแน่นอนครับ</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>State the point from the first sentence</strong></span></p>
<p><img class="wp-image-201 aligncenter" title="First-Sentence" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/First-Sentence.jpeg" alt="" width="500" height="300" /></p>
<p>ธรรมชาติของคนอ่าน จะเริ่มอ่านจากหัวเรื่อง หรือชื่อเรื่องก่อน การตั้งชื่อเรื่องหรือหัวเรื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน คือประโยคแรก และอาจจะรวมไปถึงย่อหน้าแรก เพราะถัดจากหัวเรื่องแล้ว คนอ่านจะอ่านประโยคแรกหรือย่อหน้าแรกก่อน เพื่อตัดสินใจอีกครั้งว่าจะอ่านบทความนี้ต่อไปหรือไม่ อีกนัยหนึ่งมันก็คือเทคนิคการเปิดเรื่องที่ดีนั่นเอง จำไว้เสมอว่า อย่ามัวแต่อ้อมโลกในประโยคแรก ไม่ดีแน่ คุณควรทำให้คนอ่านเข้าใจก่อนว่า ตัวเขากำลังจะได้อ่านอะไรและจะต้องค้นหาอะไรต่อไปในบทความนี้</p>
<p>ยกตัวอย่าง ถ้าคุณจะเขียนเรื่องโจรสลัด คุณตั้งชื่อเรื่องว่า โจรสลัดแห่งแคริบเบียน แต่คุณกลับบรรยายถึงฟ้าสีครามกับทะเลใส ในประโยคแรก ตลอดจนย่อหน้าแรก คนอ่านคงไม่ได้ตามอ่านต่อ แต่ถ้าคุณผุดประโยคแรกว่า -จอลลี่ โรเจอร์ คือสัญลักษณ์ของเหล่าโจรสลัด- แบบนี้สิ คนอ่านที่ตามหาเรื่องราวของโจรสลัด ย่อมต้องติดตาม</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>Teach your readers</strong></span></p>
<p><img class="wp-image-202 aligncenter" title="helpful_information_about_medical_waste" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/helpful_information_about_medical_waste.jpg" alt="" width="500" height="300" /></p>
<p>ฝรั่งจะใช้คำว่า helpful information หมายถึงบทความนั้นพึงมีประโยชน์ต่อคนอ่าน อันนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการเขียนบทความในอินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว จงลืมเรื่องอื่นๆ อย่ามัวแต่โฆษณา หรือขายของ หรือจะเอา backlinkท่าเดียว จำไว้เสมอว่า ถ้าคุณไม่สามารถบรรลุข้อนี้ได้ บทความของคุณก็ถือว่ายังไม่มีคุณภาพมากพอ และจุดมุ่งหมายต่างๆดังที่กล่าวมา ก็สำเร็จได้ยาก เหนืออื่นใดคือ ในปัจจุบัน ระบบ Search Engine มีการมุ่งเน้นมาที่คุณภาพของบทความ มีการคิดค้นวิธีที่จะตรวจสอบคุณภาพของบทความ และเว็บ submit บทความต่างๆ ก็มีการพัฒนาการคัดกรองคุณภาพของบทความอีกด้วย</p>
<p>ขอให้คุณเริ่มต้นก้าวแรก ด้วยการสร้างบทความที่มีประโยชน์ หรือซ่อนสาระไว้ในความบันเทิงก็ได้ มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเขียนบทความบนอินเตอร์เน็ต และในอนาคต คนอ่านจะหลั่งไหลมาอ่านบทความของคุณไม่ขาดสายกันเลยทีเดียว</p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>Concluding paragraph</strong></span></p>
<p><img class="wp-image-203 aligncenter" title="the-end" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2012/01/the-end.jpg" alt="" width="500" height="276" /></p>
<p>ย่อหน้าสุดท้าย สำคัญไม่ด้อยไปกว่าการเปิดเรื่อง จบให้ดี จบให้สวย คุณอาจจะเสียเวลามากหน่อยในการเขียนบทสรุปสุดท้ายของบทความนั้นๆ แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่าอย่างมาก นอกจากนี้ คุณต้องไม่ลืมการอ้างอิง แบ่งเป็นสองข้อคือ</p>
<ul>
<li>อ้างอิงที่มาข้อมูล (reference)</li>
<li>อ้างอิงผู้เขียน    (author)</li>
</ul>
<p>ยิ่งมีการอ้างอิง ก็ยิ่งมีความน่าเชื่อถือ แสดงให้เห็นว่าบทความนั้นผ่านการค้นคว้า แต่ถ้าไม่มีการอ้างอิงข้อมูล ก็ไม่ต้องพะวง คิดเสียว่าคุณกำลังเขียนสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ส่วนการอ้างอิงผู้เขียน เป็นการอ้างอิงถึงตัวคุณ ถ้าคุณลองไป submit บทความกับเว็บไซต์ต่างประเทศ คุณจะพบว่าเขาจะให้ความสำคัญกับ resource box ซึ่งจะเป็นที่ที่คุณจะได้นำเสนอตัวเองสั้นๆ ว่าชื่ออะไร เป็นใครมาจากไหน ทำงานอะไร มีประสบการณ์อะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บทความของคุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย สำหรับการเขียนบทความลงบล็อกส่วนตัว การอ้างอิงผู้เขียน ก็คือหน้าเพจที่เรียกว่า About Me นั่นเองครับ</p>
<p>บทความมากมายกำลังหลั่งไหลสู่โลกเน็ทเวิร์ค มันจะกลายเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีอีกนับแสนนับล้านเรื่องราวที่ผู้คนยังไม่รังสรรค์ออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆที่ผู้ชายไม่รู้ เรื่องง่ายๆที่ผู้หญิงไม่เข้าใจ หรือเรื่องใกล้ตัวอะไรก็ได้ครับ ลองหยิบจับมาสักเรื่อง ปั้นน้ำให้เป็นตัว เอ๊ย ปั้นตัวอักษรให้เป็นเรื่องราว ถ้าคุณยังเริ่มต้นไม่ถูก ลองเริ่มจากเทคนิค 4 ข้อข้างต้นนี้สิครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2012/01/14/4-tips-write-articles/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ทักษะพื้นฐานที่ควรมีในการทำธุรกิจเครือข่าย</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2011/12/31/5-skills-in-mlm/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2011/12/31/5-skills-in-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Dec 2011 14:45:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนวคิดธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[5]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=156</guid>
		<description><![CDATA[View :274 ในยุคสมัยที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความรู้ต่างๆสามารถหาได้โดยง่ายด้วยพลังแห่งเทคโนโลยี สมัยนี้ถ้าคุณอยากเรียนรู้สิ่งใด ไม่จำเป็นอีกแล้วที่ต้องค้นคว้าให้วุ่นวายหรือต้องเดินทางไกลเพื่อค้นหาปรมจารย์ดังเช่นยุคก่อน ในยุคนี้คุณสามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆได้ด้วยการ Connect เข้าสู่โลกออนไลน์เพียงเท่านั้น&#8230; นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมในยุคนี้ถึงมีธุรกิจน้อยใหญ่เกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว เพราะพวกเค้าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเสียเวลาออกเรียนรู้ตามสถาบันต่างๆซึ่งใช้เวลาแรมปี แต่ในปัจจุบันนี้เค้าสามารถเสพความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆที่มีผู้นำความรู้มาเผยแพร่อย่างมากมาย และนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเค้าได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงกระนั้นความรู้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เป็น &#8220;ตัวช่วย&#8221; ให้เค้าทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญจริงๆในการดำเนินธุรกิจนั้นก็คือ &#8220;ทักษะ&#8221; ซึ่งต้องอาศัย &#8220;ความรู้+การปฏิบัติ&#8221; ถึงจะได้มาซึ่ง &#8220;ทักษะ&#8221; อันดีเยี่ยม ในทุกธุรกิจถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ คุณก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีทักษะที่ดี และในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นกัน&#8230; มาวันนี้ผมจึงนำ 5 ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการทำธุรกิจเครือข่าย เพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆกันครับ 1.ถูกสอนได้ &#8220;ไม่ใช่ทุกคน ที่จะถูกสอนได้&#8221; เป็นคำกล่าวที่ไม่ใช่ผมเป็นคนกล่าวหรอกนะครับ แต่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากใครยังจำกันได้กับเรื่อง &#8220;บัวสี่เหล่า&#8221; ซึ่งการถูกสอนได้ผมนับเป็นทักษะอย่างหนึ่งของคนเราที่ควรจะมีติดตัวกันไว้ทุกคน จริงๆทักษะนี้เรามีติดตัวกันมาแต่เด็กเลยครับ แต่บางครั้งเราอาจหลงลืมมันไปบ้างเมื่อเราโตขึ้น อาจเพราะสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู หรือการศึกษาที่สูงเกินไปกว่าคนธรรมดา ทักษะด้านการถูกสอนได้นั้น เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะเราไม่รู้หรอกว่าในการทำธุรกิจเมื่อทำไปเรื่อยๆแล้วจะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นบ้าง บางครั้งเราอาจคิดว่าเรารู้แล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่า มันมีเรื่องราวใหม่ๆที่ขัดกับสิ่งที่เราเคยรู้เกิดขึ้นมาทุกวัน ผมจึงมีประโยคสั้นๆที่คอยสอนใจผมตลอดมาว่า &#8220;สิ่งที่เราเชื่อ อาจไม่จริงเสมอไป&#8221; 2.การสื่อสารและการถ่ายทอด ในธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ต้องทำงานกับคน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :274<br/><p><img class="wp-image-159 alignnone" title="BasicSkills-png" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/BasicSkills-png.png" alt="" width="630" height="473" /></p>
<p>ในยุคสมัยที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความรู้ต่างๆสามารถหาได้โดยง่ายด้วยพลังแห่งเทคโนโลยี สมัยนี้ถ้าคุณอยากเรียนรู้สิ่งใด ไม่จำเป็นอีกแล้วที่ต้องค้นคว้าให้วุ่นวายหรือต้องเดินทางไกลเพื่อค้นหาปรมจารย์ดังเช่นยุคก่อน ในยุคนี้คุณสามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆได้ด้วยการ Connect เข้าสู่โลกออนไลน์เพียงเท่านั้น&#8230;</p>
<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมในยุคนี้ถึงมีธุรกิจน้อยใหญ่เกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว เพราะพวกเค้าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเสียเวลาออกเรียนรู้ตามสถาบันต่างๆซึ่งใช้เวลาแรมปี แต่ในปัจจุบันนี้เค้าสามารถเสพความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆที่มีผู้นำความรู้มาเผยแพร่อย่างมากมาย และนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเค้าได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>แต่ถึงกระนั้นความรู้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เป็น <strong>&#8220;ตัวช่วย&#8221;</strong> ให้เค้าทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น <span style="color: #800000;">สิ่งสำคัญจริงๆในการดำเนินธุรกิจนั้นก็คือ <strong>&#8220;ทักษะ&#8221;</strong> ซึ่งต้องอาศัย <strong>&#8220;ความรู้+การปฏิบัติ&#8221;</strong> ถึงจะได้มาซึ่ง <strong>&#8220;ทักษะ&#8221;</strong> อันดีเยี่ยม</span> ในทุกธุรกิจถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ คุณก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีทักษะที่ดี และในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นกัน&#8230;</p>
<p>มาวันนี้ผมจึงนำ 5 ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการทำธุรกิจเครือข่าย เพื่อเป็นแนวทางให้กับเพื่อนๆกันครับ</p>
<h2><span style="color: #0000ff;"><strong>1.ถูกสอนได้</strong></span></h2>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone  wp-image-178 aligncenter" title="teachable" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/teachable.jpg" alt="" width="490" height="438" /></p>
<p>&#8220;ไม่ใช่ทุกคน ที่จะถูกสอนได้&#8221; เป็นคำกล่าวที่ไม่ใช่ผมเป็นคนกล่าวหรอกนะครับ แต่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากใครยังจำกันได้กับเรื่อง &#8220;บัวสี่เหล่า&#8221; ซึ่งการถูกสอนได้ผมนับเป็นทักษะอย่างหนึ่งของคนเราที่ควรจะมีติดตัวกันไว้ทุกคน จริงๆทักษะนี้เรามีติดตัวกันมาแต่เด็กเลยครับ แต่บางครั้งเราอาจหลงลืมมันไปบ้างเมื่อเราโตขึ้น อาจเพราะสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู หรือการศึกษาที่สูงเกินไปกว่าคนธรรมดา</p>
<p>ทักษะด้านการถูกสอนได้นั้น เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะเราไม่รู้หรอกว่าในการทำธุรกิจเมื่อทำไปเรื่อยๆแล้วจะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นบ้าง บางครั้งเราอาจคิดว่าเรารู้แล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่า มันมีเรื่องราวใหม่ๆที่ขัดกับสิ่งที่เราเคยรู้เกิดขึ้นมาทุกวัน ผมจึงมีประโยคสั้นๆที่คอยสอนใจผมตลอดมาว่า &#8220;สิ่งที่เราเชื่อ อาจไม่จริงเสมอไป&#8221;</p>
<h2><span style="color: #0000ff;">2.การสื่อสารและการถ่ายทอด</span></h2>
<p><img class="wp-image-180 aligncenter" title="270" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/270.jpg" alt="" width="490" height="438" /></p>
<p>ในธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ต้องทำงานกับคน คุณจึงต้องมีความจำเป็นอย่างสูงที่ต้องพูดให้รู้เรื่อง! จริงแล้วในทุกธุรกิจ การสื่อสารหรือการนำเสนอ (Presentation) ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในทุกธุรกิจ เพราะหากคุณมีการนำเสนอที่ดี คุณจะสร้างความแตกต่างได้มากให้กับธุรกิจของคุณ ในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นกัน ในการที่คุณจะนำเสนอโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้อื่นคุณก็มีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสารให้รู้เรื่อง ถึงแม้หลายๆคนจะใช้เว็บไซต์หรือข้อความ (Wording) ในการพรีเซ้นผ่านโลกออนไลน์ แต่คุณก็มีความจำเป็นที่ต้องฝึกทักษะด้านนี้ไว้ เพราะ&#8230;</p>
<p>ไม่เพียงแค่คุณต้องนำเสนอและสื่อสารโอกาสทางธุรกิจเท่านั้น หากแต่คุณต้องถ่ายทอดความรู้ในการทำธุรกิจของคุณให้กับทีมงานหรือองค์กรของคุณให้ได้ด้วย ในธุรกิจเครือข่ายชื่อก็บอกอยู่ว่า เครือข่าย คุณไม่สามารถที่จะทำงานแบบฉายเดี่ยวได้ คุณจะประสบความสำเร็จอย่างสูงได้ เมื่อเครือข่ายของคุณแข็งแรง</p>
<h2><span style="color: #0000ff;">3.การบริหารจัดการเวลา</span></h2>
<p><img class="wp-image-182 aligncenter" title="clockman-290x300" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/clockman-290x300.jpg" alt="" width="490" height="438" /></p>
<p>ผมเคยอ่านบทความเรื่อง &#8220;การบริหารเวลาแบบฉบับขงเบ้ง&#8221; ซึ่งก่อนหน้าที่ผมจะได้อ่านบทความนี้ผมเคยรู้แต่เพียงว่า เวลา เป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร และใครที่สามารถบริหารเวลาได้ก็จะได้ครอบครองสิทธิ์นั้น แต่ผมก็ไม่เคยรู้ถึงแนวทางหรือหลักการที่จะนำไปปฏิบัติสักที ซึ่งแน่นอนครับผมจึงไม่เคยให้ความสำคัญกับ เวลา เลยเช่นกัน</p>
<p>แต่เมื่อผมได้อ่านบทความ &#8221;การบริหารเวลาแบบฉบับขงเบ้ง&#8221; มันก็ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่า เวลา สำคัญมากขนาดไหน และเราจะบริหารจัดการเวลาอย่างไร โดยในบทความนั้น ขงเบ้งได้กล่าวไว้ว่า &#8220;ผู้ใดจัดการกับเวลาได้ ผู้นั้นย่อมกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีได้&#8221; และแน่นอนครับ ในการทำธุรกิจเครือข่ายเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณไม่ได้ทำงานตามกำหนดเวลาของบริษัท แต่คุณเป็นคนกำหนดเวลาทำงานของคุณเอง คุณจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีทักษะการบริหารจัดการเวลาของตัวคุณให้ดี มิเช่นนั้น ธุรกิจอันแสนสบายของคุณจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากทันที</p>
<h2><span style="color: #0000ff;"> 4.การตลาดขั้นพื้นฐาน</span></h2>
<p><img class="wp-image-183 aligncenter" title="marketing" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/marketing.jpg" alt="" width="490" height="438" /></p>
<p>ในธุรกิจเครือข่ายผมเคยเขียนไว้แล้วในบทความ <a href="http://www.funnybiz.ws/2011/12/29/what-your-make-mlm-business/">สิ่งที่คุณต้องทำในธุรกิจเครือข่าย</a> ว่าหน้าที่ของเราคือการเป็นนักการตลาด และแน่นอน ในเมื่อหน้าที่หลักๆของเราคือการทำการตลาดแต่เรากลับไม่มีทักษะพื้นฐานด้านการทำการตลาดเลยเราก็คงจะทำหน้าที่นี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ</p>
<p>ทั้งนี้ทักษะด้านการทำการตลาดเพื่อนๆก็ควรจะมีความรู้ในส่วนของหลักการการทำการตลาดทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ให้ครบถ้วน ถึงแม้หลายๆคนจะชอบการทำตลาดออนไลน์มากกว่า(รวมถึงผมด้วย) แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าตัวเราเองอยู่บนโลกออฟไลน์ เราก็ควรจะมีทักษะความรู้ด้านการตลาดออฟไลน์ไว้ด้วยเช่นกันครับ</p>
<h2><span style="color: #0000ff;">5.ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้</span></h2>
<p><img class="wp-image-184 aligncenter" title="T2010-11-11142819" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/T2010-11-11142819.jpg" alt="" width="490" height="438" /></p>
<p>สำหรับทักษะพื้นฐานในการทำธุรกิจเครือข่ายข้อสุดท้ายนี้ ผมถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้นะครับ สำคัญกว่าข้อแรกถูกสอนได้ซะอีก เพราะในธุรกิจเครือข่ายเราจำเป็นจะต้องทำงานกับคนหมู่มาก หลายๆครั้งเราจะต้องอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มาก และหลายๆครั้งเราจะต้องเข้าสังคมกับคนหมู่มาก และแน่นอนถึงแม้เราจะเป็นคนติสแตกหรือโลกส่วนตัวสูงขนาดไหน เราก็ควรจะปรับตัวเข้าหาคนอื่นได้บ้าง ไม่มากก็น้อย ไม่ต้องถึงกับเข้ากันได้ดีก็ได้ครับ เอาแค่เข้ากันได้ไม่ให้เกิดบรรยากาศมาคุก็พอครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="wp-image-185 aligncenter" title="HL-StartupSupport" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/HL-StartupSupport.jpg" alt="" width="630" height="261" /></p>
<p>ในการเริ่มต้นธุรกิจเครือข่าย คุณไม่จำเป็นจะต้องมีทักษะเหล่านี้ครบทั้งหมดก็ได้ เพราะเมื่อคุณเข้าไปสู่เส้นทางของนักธุรกิจเครือข่าย ตัวธุรกิจจะสอนสิ่งต่างๆทั้งหมดเหล่านี้ให้คุณเอง</p>
<p>แต่หากคุณต้องการเดินบนเส้นทางสายธุรกิจเครือข่ายให้ตลอดรอดฝั่ง คุณก็ควรจะฝึกฝนอบรนตนเองให้มีทักษะเหล่านี้ไว้ให้ครบนะครับ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2011/12/31/5-skills-in-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่คุณต้องทำ(จริงๆ)ในธุรกิจเครือข่าย</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2011/12/29/what-your-make-mlm-business/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2011/12/29/what-your-make-mlm-business/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 17:19:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความจริงธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่ต้องทำในธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=94</guid>
		<description><![CDATA[View :222 ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่มีใครไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่า &#8220;ธุรกิจเครือข่าย&#8221; อาจจะมีเพียงคนไม่กี่ % เท่านั้นที่ไม่รู้จักมันจริงๆ เพราะผมเชื่ออีกเหลือเกินว่า มันต้องมีญาติพี่น้อง หรือเพื่อนๆของคุณ เข้ามาหาคุณแล้วบอกว่า &#8220;คุณครับสนใจธุรกิจที่มีความมั่นคงและให้กำไรดีไหมครับ&#8221; หลังจากนั้นผมคิดว่าเพื่อนๆคงพอนึกภาพออกว่ามันจะเป็นอิท่าไหนต่อ&#8230; ความจริงอย่างหนึ่งในธุรกิจเครือข่ายที่ผมอยากจะให้เพื่อนๆเห็นกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหลักการของธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริงก็คือ คนที่ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ ส่วนมากมักจะมาจากการถูกชักชวนจากคนใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ล้วนถูกชักชวนมาด้วยภาพแห่งการมีรายได้ หลักแสนหรือหลักล้านต่อเดือน เพียงแค่คุณทำตามผู้นำเลียบแบบทำซ้ำคุณก็จะสำเร็จได้ ทุกคนเข้ามาเพราะถูกเร่ขายความฝัน ที่จะมีรายได้เหมือนอย่างคนบนเวทีที่ขึ้นพูดให้เราฟัง จะมีอิสระทางการเงินบ้าง ไม่ต้องทำงานประจำอีกต่อไป ดูเหมือนมันช่างง่ายดายเสียจริงๆ แค่เลียนแบบทำซ้ำแค่นั้นหรือ แล้วทำไมยังมีคนเจ็บปวดกับธุรกิจนี้อยู่อีกตั้ง 95 เปอร์เซ็นต์ ที่ผมได้พูดเกี่ยวกับสิ่งนี้ที่มันเป็นความจริง คุณก็สามารถพบเห็นได้อยู่แล้วในธุรกิจของคุณ ผมไม่อยากให้ความเจ็บปวดต่างๆเหล่านี้ กลายเป็นความเกลียด ธุรกิจเครือข่ายนี้ไปเลย เพราะความเข้าใจผิด หรือจะเพราะการกระทำที่เห็นแก่ตัวของใครบางคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นว่าจะเจ็บปวดเพียงใด การที่จะทำธุรกิจเครือข่ายของคุณให้สง่างาม มันมีหลักการง่ายๆอยู่ไม่กี่หัวข้อหรอก แต่คุณจะต้องทำความเข้าใจมันให้ลึกซึ้งก่อน แล้วความพรั่งพรูแห่งความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นโดยไม่ยาก ผมอยากให้คุณรู้ความจริงอีกข้อหนึ่งก่อนที่จะอธิบายหลักการให้คุณทราบเพราะมันเกี่ยวข้องกันอยู่ไม่น้อย&#8230; คุณรู้หรือเปล่าว่าคนส่วนมากที่เข้าร่วมกับธุรกิจนี้เพราะอะไร เพียงเพราะเขาถูกขายฝันกับการมีรายได้หลัก แสน-ล้าน บาทต่อเดือน ไม่ต้องทำงานประจำ เพียงแค่ทำตามที่ UP LINE บอก ชวนคน ทำซ้ำ ซึ่งนั่นก็ต้องสร้างความผิดหวังให้กับพวกเขาเหล่านั้นไม่น้อย &#160; เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้จริงๆเพราะนั่นมันหมายถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :222<br/><p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-141 alignnone aligncenter" title="jobs-home-page-image" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/jobs-home-page-image.jpg" alt="" width="415" height="300" /></p>
<p>ผมเชื่อเหลือเกินว่า ไม่มีใครไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่า <strong>&#8220;ธุรกิจเครือข่าย&#8221;</strong> อาจจะมีเพียงคนไม่กี่ % เท่านั้นที่ไม่รู้จักมันจริงๆ เพราะผมเชื่ออีกเหลือเกินว่า มันต้องมีญาติพี่น้อง หรือเพื่อนๆของคุณ เข้ามาหาคุณแล้วบอกว่า &#8220;คุณครับสนใจธุรกิจที่มีความมั่นคงและให้กำไรดีไหมครับ&#8221;</p>
<p><strong>หลังจากนั้นผมคิดว่าเพื่อนๆคงพอนึกภาพออกว่ามันจะเป็นอิท่าไหนต่อ&#8230;</strong></p>
<p>ความจริงอย่างหนึ่งในธุรกิจเครือข่ายที่ผมอยากจะให้เพื่อนๆเห็นกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหลักการของธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริงก็คือ คนที่ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ ส่วนมากมักจะมาจากการถูกชักชวนจากคนใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย ล้วนถูกชักชวนมาด้วยภาพแห่งการมีรายได้ หลักแสนหรือหลักล้านต่อเดือน</p>
<p>เพียงแค่คุณทำตามผู้นำเลียบแบบทำซ้ำคุณก็จะสำเร็จได้ ทุกคนเข้ามาเพราะถูกเร่ขายความฝัน ที่จะมีรายได้เหมือนอย่างคนบนเวทีที่ขึ้นพูดให้เราฟัง จะมีอิสระทางการเงินบ้าง ไม่ต้องทำงานประจำอีกต่อไป ดูเหมือนมันช่างง่ายดายเสียจริงๆ แค่เลียนแบบทำซ้ำแค่นั้นหรือ แล้วทำไมยังมีคนเจ็บปวดกับธุรกิจนี้อยู่อีกตั้ง 95 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><span style="color: #800000;">ที่ผมได้พูดเกี่ยวกับสิ่งนี้ที่มันเป็นความจริง คุณก็สามารถพบเห็นได้อยู่แล้วในธุรกิจของคุณ ผมไม่อยากให้ความเจ็บปวดต่างๆเหล่านี้ กลายเป็นความเกลียด ธุรกิจเครือข่ายนี้ไปเลย เพราะความเข้าใจผิด หรือจะเพราะการกระทำที่เห็นแก่ตัวของใครบางคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นว่าจะเจ็บปวดเพียงใด</span></p>
<p><strong>การที่จะทำธุรกิจเครือข่ายของคุณให้สง่างาม</strong> มันมีหลักการง่ายๆอยู่ไม่กี่หัวข้อหรอก แต่คุณจะต้องทำความเข้าใจมันให้ลึกซึ้งก่อน แล้วความพรั่งพรูแห่งความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นโดยไม่ยาก ผมอยากให้คุณรู้ความจริงอีกข้อหนึ่งก่อนที่จะอธิบายหลักการให้คุณทราบเพราะมันเกี่ยวข้องกันอยู่ไม่น้อย&#8230;</p>
<p>คุณรู้หรือเปล่าว่าคนส่วนมากที่เข้าร่วมกับธุรกิจนี้เพราะอะไร เพียงเพราะเขาถูกขายฝันกับการมีรายได้หลัก แสน-ล้าน บาทต่อเดือน ไม่ต้องทำงานประจำ เพียงแค่ทำตามที่ UP LINE บอก ชวนคน ทำซ้ำ ซึ่งนั่นก็ต้องสร้างความผิดหวังให้กับพวกเขาเหล่านั้นไม่น้อย</p>
<p><img class="alignnone  wp-image-136 aligncenter" title="Duplication1" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/Duplication1.jpg" alt="" width="621" height="342" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #800000;">เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้จริงๆเพราะนั่นมันหมายถึง ถ้าเขาต้องการความสำเร็จเขาต้องเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ต้องทำความ เข้าใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่จะทำการขยายตลาด และความรู้ให้มากขึ้น ซึ่งในความเป็นไปได้ของธุรกิจเครือข่ายนี้ก็คือ<span style="color: #0000ff;"><strong>การตลาด</strong></span></span></p>
<p>หากเพื่อนๆลองมองภาพรวมของธุรกิจเครือข่ายให้ดีๆ ทุกๆบริษัทที่เพื่อนๆเข้าไปร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ในธุรกิจของเค้า เค้าจะบอกเสมอๆว่า <strong>ทางบริษัทมีสินค้าและต้องการจำหน่ายสินค้าออกไปยังผู้บริโภค แต่บริษัทไม่ได้ทำการตลาดเองและสินค้าไม่ผ่านคนกลาง จึงนำงบทางด้านการตลาดมาจ่ายให้กับพาร์ทเนอร์เพื่อให้พาร์ทเนอร์ทำการตลาดแทน</strong></p>
<p>ชัดเจนนะครับ!</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone  wp-image-100" title="network-model" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/network-model.png" alt="" width="534" height="433" /></p>
<p style="text-align: left;">ทั้งนี้ ก็มีหลายต่อหลายคนเมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็กลับตัวทันมาดูความเป็นจริงว่าเค้าจะต้องทำอะไรกันแน่ในธุรกิจนี้ เมื่อเรารู้ว่าเราต้องทำการตลาด เราก็จะมองออกว่าสิ่งที่เราควรศึกษาเรียนรู้และลงมือทำคืออะไร&#8230;</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #800000;">จริงแล้วสิ่งลึกลงไปกว่านั้นในธุรกิจเครือข่ายนอกจากการทำการตลาดแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งในการทำธุรกิจเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพก็คือ การบริหารจัดการ ความรู้ของสองสาขานี้มีความจำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะนอกจากคุณจะต้องทำการตลาดเป็นแล้ว คุณยังต้องบริหารจัดการให้องค์กรของคุณเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คุณจึงต้องถ่ายทอดสิ่งที่คุณรู้ให้เป็นด้วย</span></p>
<p style="text-align: left;">สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่แท้จริงในการทำธุรกิจเครือข่ายที่ไม่เคยมีอัพไลน์คนไหนบอกคุณ เพราะนั่นมันยากเกินไปที่จะเข้าใจ สิ่งที่เค้าเหล่านั้นบอกคุณจึงเป็นเพียงสิ่งที่ผมได้กล่าวไปแล้วข้างต้นเท่านั้น เพราะเค้าคิดว่าทำให้คุณสนใจและเข้าร่วมธุรกิจ เมื่อนั้นค่อยสอนคุณทำงานก็ได้</p>
<p style="text-align: left;"><strong>แต่แบบนั้นผมคิดว่า มันไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย&#8230;</strong></p>
<p style="text-align: left;">มาถึงตอนนี้เพื่อนๆคงพอเข้าใจแล้วว่าสิ่งใดคือหน้าที่ของเราที่แท้จริงในการทำธุรกิจเครือข่าย เราจะเลือกแบบไหนระหว่าง <strong>&#8220;เข้าไปลุยเต็มที่แล้วเจ็บตัวกลับมา&#8221;</strong> กับ <strong>&#8220;รู้ลู่ทางในการเดินทาง แล้วลุยได้เต็มที่&#8221;</strong></p>
<p style="text-align: left;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2011/12/29/what-your-make-mlm-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฏ 4 ข้อ ของการทำธุรกิจเครือข่ายที่ทุกคนต้องรู้</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2011/12/26/4-principles-mlm-business/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2011/12/26/4-principles-mlm-business/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 17:31:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนวคิดธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กฏ 4 ข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=80</guid>
		<description><![CDATA[View :320หลายๆ คนเคยมีความเชื่อในแสนยานุภาพของธุรกิจเครือข่ายว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนจากศูนย์เป็นแสนเป็นล้านได้ แต่หลายๆคนก็ลดระดับความเชื่อลงเมื่อได้ทดลองเอาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เพราะที่ผ่านๆมามีผู้คนบาดเจ็บล้มตายในธุรกิจเครือข่ายมากมาย บ้างว่ามีถึง 95% ที่ล้มเหลว จากความเชื่อจึงค่อยๆกลายมาเป็นความเบื่อหน่าย จนเอือมระอาและผู้คนจำนวนมากจึงปิดใจกับธุรกิจนี้ หากมีเพื่อนพ้องหรือคนรู้จักคนไหนที่ทำธุรกิจนี้ ก็จะถูกรังเกียจ หลีกเลี่ยงไม่พบเจอ เสมือนเป็นคนที่น่าขยะแขยงไปในที่สุด คำถามคือ แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ? จากประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายของผมได้พบว่า ผู้คนมากมายที่เข้ามาร่วมวงศาคณาญาติในธุรกิจเครือข่าย ไม่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจ อาจเพราะเค้าได้ยินได้ฟังคำโฆษณาอย่างมากมายจากคนที่เข้าไปแนะนำเค้า หรือเพราะได้รับความเชื่อผิดๆมาจากผู้นำบางกลุ่ม ทั้งนี้ผมจึงตั้งกฏ 4 ข้อ ขึ้นมาสำหรับคนที่คิดจะเข้ามาร่วมธุรกิจเครือข่ายหรือที่กำลังอดอยากปากแห้งในธุรกิจนี้ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของธุรกิจและสามารถดำเนินธุรกิจเครือข่ายได้ง่ายขึ้น และอาจถึงขั้นเข้าใจว่าธุรกิจนี้เหมาะสมกับตัวคุณเองหรือไม่&#8230; กฏข้อที่หนึ่ง : จงรู้ไว้ตลอดว่าธุรกิจนี้คือธุรกิจของเรา หากเราตระหนักได้ตลอดว่านี้คือธุรกิจของเรา เราจะไม่มีข้อแม้ใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต้องดี แผนต้องเจ๋ง อัพไลน์ต้องดี ระบบต้องดี ทีมงานต้องเก่ง สิ่งเหล่านี้จะ&#8220;ไม่&#8221;เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคุณ หลายต่อหลายคนเชื่อว่าธุรกิจเครือข่ายเมื่อเข้ามาจะต้องมีทีมงานคอยช่วยเหลือ จะต้องมีคนทำตรงนั้นตรงนู้นตรงนี้ให้ ธุรกิจมันถึงจะเดินหน้าได้ หรืออาจเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีรายได้ปัญหาทั้งหมดก็จะหายไป จริงแล้วมันคือความเชื่อผิดๆที่เชื่อกันมา ในธุรกิจเครือข่ายเป็นเรื่องของการขยายเครือข่ายผู้บริโภค เป็นเรื่องของการสร้างคน แต่ความเชื่อเรื่องการช่วยกันขยายเครือข่ายยังคงครอบงำนักธุรกิจนับแสนนับล้านคนอยู่ เค้าจึงยังตระหนักไม่ถึงว่า &#8220;นี้มันคือธุรกิจของเค้า&#8221; ทำให้พวกเค้ายังคงรอ รอ รอ แล้วก็รอสิ่งที่ดีพอสำหรับเค้า แต่ไม่เคยทำตัวเองให้ดีพอสำหรับสิ่งที่เค้าต้องการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :320<br/><p>หลายๆ คนเคยมีความเชื่อในแสนยานุภาพของธุรกิจเครือข่ายว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนจากศูนย์เป็นแสนเป็นล้านได้ แต่หลายๆคนก็ลดระดับความเชื่อลงเมื่อได้ทดลองเอาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เพราะที่ผ่านๆมามีผู้คนบาดเจ็บล้มตายในธุรกิจเครือข่ายมากมาย บ้างว่ามีถึง 95% ที่ล้มเหลว จากความเชื่อจึงค่อยๆกลายมาเป็นความเบื่อหน่าย จนเอือมระอาและผู้คนจำนวนมากจึงปิดใจกับธุรกิจนี้ หากมีเพื่อนพ้องหรือคนรู้จักคนไหนที่ทำธุรกิจนี้ ก็จะถูกรังเกียจ หลีกเลี่ยงไม่พบเจอ เสมือนเป็นคนที่น่าขยะแขยงไปในที่สุด</p>
<h1><span style="color: #0000ff;">คำถามคือ แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ?</span></h1>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-118" title="3d human with a red question mark" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/question-mark.jpg" alt="" width="346" height="346" /></p>
<p>จากประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายของผมได้พบว่า ผู้คนมากมายที่เข้ามาร่วมวงศาคณาญาติในธุรกิจเครือข่าย ไม่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจ อาจเพราะเค้าได้ยินได้ฟังคำโฆษณาอย่างมากมายจากคนที่เข้าไปแนะนำเค้า หรือเพราะได้รับความเชื่อผิดๆมาจากผู้นำบางกลุ่ม</p>
<p>ทั้งนี้ผมจึงตั้งกฏ 4 ข้อ ขึ้นมาสำหรับคนที่คิดจะเข้ามาร่วมธุรกิจเครือข่ายหรือที่กำลังอดอยากปากแห้งในธุรกิจนี้ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของธุรกิจและสามารถดำเนินธุรกิจเครือข่ายได้ง่ายขึ้น และอาจถึงขั้นเข้าใจว่าธุรกิจนี้เหมาะสมกับตัวคุณเองหรือไม่&#8230;</p>
<h1><span style="color: #800000;">กฏข้อที่หนึ่ง : จงรู้ไว้ตลอดว่าธุรกิจนี้คือธุรกิจของเรา</span></h1>
<p>หากเราตระหนักได้ตลอดว่านี้คือธุรกิจของเรา เราจะไม่มีข้อแม้ใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต้องดี แผนต้องเจ๋ง อัพไลน์ต้องดี ระบบต้องดี ทีมงานต้องเก่ง สิ่งเหล่านี้จะ<strong>&#8220;ไม่&#8221;</strong>เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคุณ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-121" title="yourown" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/yourown.png" alt="" width="473" height="69" /></p>
<p>หลายต่อหลายคนเชื่อว่าธุรกิจเครือข่ายเมื่อเข้ามาจะต้องมีทีมงานคอยช่วยเหลือ จะต้องมีคนทำตรงนั้นตรงนู้นตรงนี้ให้ ธุรกิจมันถึงจะเดินหน้าได้ หรืออาจเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีรายได้ปัญหาทั้งหมดก็จะหายไป จริงแล้วมันคือความเชื่อผิดๆที่เชื่อกันมา <span style="color: #0000ff;"><strong>ในธุรกิจเครือข่ายเป็นเรื่องของการขยายเครือข่ายผู้บริโภค เป็นเรื่องของการสร้างคน แต่ความเชื่อเรื่องการช่วยกันขยายเครือข่ายยังคงครอบงำนักธุรกิจนับแสนนับล้านคนอยู่ เค้าจึงยังตระหนักไม่ถึงว่า &#8220;นี้มันคือธุรกิจของเค้า&#8221; </strong></span>ทำให้พวกเค้ายังคงรอ รอ รอ แล้วก็รอสิ่งที่ดีพอสำหรับเค้า แต่ไม่เคยทำตัวเองให้ดีพอสำหรับสิ่งที่เค้าต้องการ<strong><br />
</strong></p>
<p>เมื่อคุณตระหนักได้เช่นนี้<strong>&#8220;สิทธิ์ในการเลือก&#8221;</strong>จะตกมาเป็นของคุณ ความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปัจจัยภายนอก แต่ถูกกำหนดด้วยตัวของเราเอง</p>
<h1><span style="color: #800000;">กฏข้อที่สอง : รู้จังหวะแรงเหวี่ยงของธุรกิจ</span></h1>
<p>ในธุรกิจเครือข่ายเชื่อได้ว่าหลายต่อหลายคนเข้ามาในวงการนี้เพราะคำโฆษณาที่ว่าทำงานเพียงไม่กี่เดือนก็มีรายได้หลักหมื่นหลักแสนจนลาออกจากงานมาทำเต็มเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงระวัง เพราะมันคือดาบสองคม</p>
<p>จะว่ามันคือเรื่องจริงก็ใช่ เพราะมีคนทำได้ จะว่ามันไม่จริงก็ใช่ เพราะก็มีคนทำไม่ได้เช่นกัน หากเรารู้ความเป็นไปของธุรกิจเครือข่ายในการที่เราจะมีรายได้อยู่ตัวเราต้องรู้จังหวะของแรงเหวี่ยงในธุรกิจ สิ่งนี้อาศัยระยะเวลา&#8230; ใช่ว่า 3-5เดือนจะรู้เรื่อง บางครั้งใช้เวลา 3-5ปีเลยทีเดียวกว่าเราจะเข้าสู่จุดแรงเหวี่ยงของธุรกิจ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone  wp-image-123" title="1303914898" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/1303914898-300x250.jpg" alt="" width="300" height="250" /></p>
<p>สิ่งที่เราต้องทำจริงๆก็คือ สร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง เลิกคาดหวังกับทีมงานบางคนหรือบางสายงาน หรือหลงระเริงกับรายได้ที่เข้ามาปุ๊ปปั๊ป เพราะกว่าเราจะเข้าสู่จุดแรงเหวี่ยงจริงๆ เราต้องมีทีมงานมืออาชีพอย่างน้อย 30-40คน ที่สามารถเป็นผู้นำได้โดยไม่ต้องพึ่งเรา เครือข่ายผู้บริโภคที่ใช้สินค้าต่อเนื่องต้องไม่ต่ำกว่า 5,000คน เพราะฉะนั้น &#8220;นิ่งและต่อเนื่อง&#8221; คือสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจเครือข่าย</p>
<p><span style="color: #0000ff;">อันที่จริงจุดแรงเหวี่ยงในธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่จำนวนรายได้ที่เข้ามาหรือคุณอยู่ในตำแหน่งสูงเพียงใด แต่มันถูกกำหนดโดย<strong>&#8220;เครือข่ายผู้บริโภคของคุณ&#8221;</strong></span></p>
<h1><span style="color: #800000;">กฏข้อที่สาม : อย่ามัวแต่สร้างท่อ ตักน้ำบ้างก็ได้</span></h1>
<p>ผมเชื่อว่านักธุรกิจเครือข่ายหลายๆท่านเคยได้ดู<a href="http://youtu.be/b_va1vZay-g" target="_blank">วิดีโอชุดท่อส่งน้ำ</a> ที่พูดถึงการสร้างท่อส่งน้ำจากยอดเขาต่อตรงลงมาที่หน้าบ้านเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ดีกว่าเดินไปตักน้ำทุกวัน ซึ่งมันเข้ากับคอนเซปในการสร้างรายได้แบบ passive income ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายรู้ว่าธุรกิจเครือข่ายตอบโจทย์ข้อนี้ได้</p>
<p>แต่กระนั้นเลยหากเราลองมองย้อนกลับไปในกฏข้อที่สอง เราจะพบว่าในธุรกิจเครือข่ายกว่ารายได้ของเราจะเข้ามาอย่างต่อเนื่องเหมือนเพียงแค่เปิดก๊อก มันต้องใช้เวลานาน&#8230;กว่าจะสร้างเสร็จ สิ่งนี้จึงทำให้นักธุรกิจเครือข่ายหลายคนลืมไปซะสนิท จนทำให้หมดทุนในการทำธุรกิจก่อนที่จะมีรายได้ซะอีก</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone  wp-image-125" title="RMF_taxsaving" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/RMF_taxsaving-300x253.jpg" alt="" width="300" height="253" /></p>
<p>หากคนที่ดูการ์ตูนท่อส่งน้ำบ่อยๆหรือกลับไปดูตอนนี้จะพบว่า ปาโปนไม่ได้ใช้เวลาในการสร้างท่อส่งน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เค้าเอาเวลาที่เหลือจากการตักน้ำไปสร้างท่อส่งน้ำต่างหาก ทำให้เค้ายังคงมีรายได้เข้ามาทุกวันไปพร้อมๆกับการสร้างท่อส่งน้ำ</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>เมื่อถึงจุดนี้จะมีหลายคนตั้งคำถามว่า.. อ่าว! งี้ก็ยังต้องทำงานประจำอยู่สิ ถ้าตอนนี้ฉันอยากทำเต็มตัวเลยล่ะ ไม่ได้หรือ?</strong></span> จริงอยู่ครับหากใครที่ทำงานประจำอยู่หรือเปิดร้านอะไรเป็นของตัวเองอยู่ ก็ให้พึงนึกไว้เสมอว่าอย่าเพิ่งหยุด จนกว่าเครือข่ายคุณจะไปถึงจุดแรงเหวี่ยง เพราะงานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันมันช่วยสร้างกระแสเงินสดให้คุณได้</p>
<p><strong>แต่หากใครชอบทำธุรกิจเพียวๆ ผมก็ต้องตอบว่าได้เช่นกันครับ!</strong> เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ทำธุรกิจเครือข่ายอย่างเต็มตัวมาตลอด เพราะผมไม่เคยทำงานประจำได้นานนัก ทำให้ผมต้องเริ่มคิดหาหนทางสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจเครือข่ายที่ผมทำอยู่ ในทุกธุรกิจเค้าจะมีสิ่งที่เราสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ แล้วแต่ว่าบริษัทนั้นจะให้บริการหรือจำหน่ายสินค้าอะไร และผมก็ได้พบกับแนวคิดของธุรกิจเครือข่ายที่นึงว่า <strong>&#8220;3S+1M&#8221;</strong> หรือ <strong>Selling, Sponsor, Support, Meeting</strong> เราจะเห็นว่าแนวคิดนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2ส่วนใหญ่ๆที่ผมนิยามไว้ว่า<strong> 3สร้าง 1สินค้า </strong>เราจะเห็นชัดเจนว่างานสามอย่างเกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย ส่วนอีกหนึ่ง เกี่ยวกับงานขาย&#8230;</p>
<p>แน่นอนนักธุรกิจที่เข้ามาในเครือข่ายหลายร้อยหลายพันไม่ชอบงานขาย ไม่ชอบขายของ รวมถึงผมก็เช่นกัน&#8230; แต่หากเราลองมองดูดีๆเราจะพบว่า การจำหน่ายสินค้าได้ จะทำให้เรามี<span style="color: #0000ff;">&#8220;กระแสเงินสด&#8221;</span>เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะกำไรเกิดขึ้นทันที ณ สินค้าที่ถูกซื้อไป</p>
<p><strong>คำถามคือ แล้วแบบนี้เราจะต้องขายของงั้นหรือ?</strong></p>
<p>หากจะตอบว่าใช่ ก็คงจะถูก แต่หากจะให้เข้าใจจริงๆเราก็ต้องรู้ถึงกลุ่มคนที่เราจะต้องทำงานด้วย ในธุรกิจเครือข่ายหนึ่งในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั้นก็คือ <strong>&#8220;กลุ่มลูกค้า&#8221;</strong> ซึ่งเราไม่จำเป็นเลยต้องเล่ขายของหรือหาทำเลเอาของไปขาย เพราะในธุรกิจเครือข่ายสินค้าทุกอย่างถูกขายด้วยตัวของมันเอง และมันจะถูกซื้อเมื่อมันดี แน่นอนครับ! ผลลัพท์ของสินค้าในธุรกิจเครือข่ายมันปรากฏอยู่บนเรือนร่างของคุณอยู่แล้ว อย่ากลัวเมื่อมีคนถามว่าใช้อะไร อย่ากลัวที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ดีๆให้กับคนที่เค้าถามคุณ เมื่อนั้นเค้าจะยินดีซื้อ&#8230; มากกว่ารอให้คุณไปขาย</p>
<h1><span style="color: #800000;">กฏข้อที่สี่ : อย่าโลภ</span></h1>
<p>กฏข้อนี้ผมตั้งขึ้นมาจากประสบการณ์โดยตรงของผมเอง ถึงแม้ว่าคำว่า <strong>&#8220;อย่าโลภ&#8221;</strong> ผมจะเคยถูกสอนมาแล้วหลายครั้งจากบุคคลหลายคน แต่กระนั้นเลยเมื่อมันไม่โดนกับตัวเองผมก็คงไม่เชื่อ และเชื่อเถอะครับว่าเมื่อความโลภเข้าครอบงำ ทุกอย่างก็พังทลาย&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-127" title="อย่าโลภ" src="http://www.funnybiz.ws/wp-content/uploads/2011/12/อย่าโลภ.png" alt="" width="310" height="120" /></p>
<p>ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆว่าความโลภจะเกิดขึ้น ณ เวลาไหนบ้าง</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>#</strong></span>ในยามที่คุณเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายและผ่านจุดเริ่มต้นไปได้แล้ว เวลานั้นคุณจะมีรายได้เข้ามามากขึ้นคุณจะเริ่มสบายตัว และเมื่อนั้นล่ะที่คุณจะเริ่มมองหาช่องทางรายได้อื่นๆให้กับตัวคุณเอง <strong>เคสนี้ผมแนะนำให้ไปดูกฏข้อสองโดยพลัน&#8230;</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>#</strong></span>เมื่อคุณเริ่มฉายแววในองค์กรให้ประจัก ความสามารถของคุณเริ่มล้นเหลือ มีแววเด่นชัดว่าคุณจะกลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เมื่อถึงเวลานั้นจงพึงระวัง เพราะพญายมกำลังจะยื่นมือมามอบอำนาจด้านมืดให้กับคุณ สาธยายซะเว่อร์!แต่ผมกำลังจะหมายถึงว่า คุณจะเริ่มมีคนที่ทำเครือข่ายปรี่เข้ามาหามากขึ้น มาลากคุณไปอยู่ภายใต้องค์กรเค้า เพียงเพราะหวังว่าคุณจะไปทำให้เค้ามีรายได้ที่มากขึ้นมีองค์กรที่แข็งแกร่งขึ้น <strong>เคสนี้แนะนำให้ไปดูกฏข้อหนึ่งและสองโดยพลัน&#8230;</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>#</strong></span>เป็นเรื่องธรรมดาที่ในหนึ่งบริษัทจะมีองค์กรหลายสายงาน และนั่นแหละคือสิ่งที่คุณต้องพึงระวังเพราะเหมือนกับเคสเมื่อกี้ที่คุณจะเริ่มเห็นคนเก่งเป็นไม่ได้ คุณจะเกิดอาการ&#8221;อยากได้!&#8221; ขึ้นในหัวสมองของคุณ เมื่อคุณเกิดอาการนี้ขึ้นมา ผมขอสาปแช่งให้คุณที่ได้อ่านบทความนี้จงมีคำว่า <strong>&#8220;อย่าโลภ&#8221; ผุดขึ้นมาโดยพลัน&#8230;</strong></p>
<p>นี่เป็นเพียงเคสธรรมดาๆที่มันจะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในเส้นทางธุรกิจเครือข่ายของคุณ เพราะฉะนั้นอย่าได้โลภโดยเด็ดขาดนะตัวเธอว์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2011/12/26/4-principles-mlm-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปฐมบท ก้าวแรกสู่สังเวียนธุรกิจเครือข่าย</title>
		<link>http://www.funnybiz.ws/2011/12/12/chapter-1-mlm/</link>
		<comments>http://www.funnybiz.ws/2011/12/12/chapter-1-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 05:34:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@kunChaiArt</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันทึก(ไม่)ลับ]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกไม่ลับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.funnybiz.ws/?p=38</guid>
		<description><![CDATA[View :316หากจะเริ่มต้นพูดถึงธุรกิจเครือข่าย คงจะห้ามผมเล่าข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปในตอนที่ผมเริ่มต้นเข้ามาสู่วงการธุรกิจเครือข่ายคงเป็นไปไม่ได้ ในทุกสิ่งที่ทุกคนรักหรือชอบทำ มักมีจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจหรือ story ของตัวเองกันทั้งสิ้น ผมก็เช่นกันครับ&#8230; ท้าวความกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ครอบครัวของผมเป็นคนจีน และเคยตั้งรกรากอยู่แถวๆ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย เมื่อประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ช่วงนั้นเค้าจะสร้างมหาวิทยาลัย จุฬา ทำให้ครอบครัวผมต้องย้ายกันมาอยู่แถวๆอ้อมใหญ่ สามพราน แล้วอากุง(คุณตา) ของผมก็เริ่มกิจการโรงงานทอผ้าขึ้นมา เวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี ผมโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูแบบคุณหนูครับ เรียนโรงเรียนดี กินของดี อยู่อย่างสุขสบาย ผมจำหน้าอากุงไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะท่านเสียตั้งแต่ผมยังเล็กๆ กาลเวลาผ่านไปโรงงานพัฒนาจากทอผ้าเป็นใช้เครื่องพิม ผมโดนปลูกฝังมาแต่เด็กว่าให้เรียนสูงๆ จะได้ทำงานดีๆ และมาสานต่อกิจการของที่บ้าน แต่ตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนเอาแต่ใจครับ โลกส่วนตัวสูง และขี้อาย ผมฝันอยากทำงานด้านศิลปะ เป็นพวกติสนั่นแหละ ทำให้ผมไม่ค่อยเชื่อฟังและเดินตามรอยของทางครอบครัวเท่าไหร่ จากที่ผมเห็นครอบครัวญาติของผมเองทำงาน เค้าเป็นเจ้าของโรงงานก็จริง แต่ทำงานหนักเหลือเกิน วันหยุดแทบไม่มี ผมเห็นแล้วเหนื่อยแทน แต่ผมก็ไม่ได้มีความคิดจะเข้าไปช่วยเท่าไหร่หรอกนะครับ ดูเป็นคนไม่ดีใช่ม๊าาา แต่สิ่งที่ผมต้องการก็คือ &#8220;งานอะไรก็ตามที่จะทำให้ผมทำงานน้อย แต่ได้เงินเยอะ และสามารถหยุดพักได้ แต่ยังได้เงินอยู่&#8221; เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเล่นเกมส์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[View :316<br/><p>หากจะเริ่มต้นพูดถึงธุรกิจเครือข่าย คงจะห้ามผมเล่าข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปในตอนที่ผมเริ่มต้นเข้ามาสู่วงการธุรกิจเครือข่ายคงเป็นไปไม่ได้ ในทุกสิ่งที่ทุกคนรักหรือชอบทำ มักมีจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจหรือ story ของตัวเองกันทั้งสิ้น ผมก็เช่นกันครับ&#8230;</p>
<p>ท้าวความกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ครอบครัวของผมเป็นคนจีน และเคยตั้งรกรากอยู่แถวๆ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย เมื่อประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ช่วงนั้นเค้าจะสร้างมหาวิทยาลัย จุฬา ทำให้ครอบครัวผมต้องย้ายกันมาอยู่แถวๆอ้อมใหญ่ สามพราน แล้วอากุง(คุณตา) ของผมก็เริ่มกิจการโรงงานทอผ้าขึ้นมา</p>
<p>เวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี ผมโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูแบบคุณหนูครับ เรียนโรงเรียนดี กินของดี อยู่อย่างสุขสบาย ผมจำหน้าอากุงไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะท่านเสียตั้งแต่ผมยังเล็กๆ กาลเวลาผ่านไปโรงงานพัฒนาจากทอผ้าเป็นใช้เครื่องพิม ผมโดนปลูกฝังมาแต่เด็กว่าให้เรียนสูงๆ จะได้ทำงานดีๆ และมาสานต่อกิจการของที่บ้าน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>แต่ตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนเอาแต่ใจครับ โลกส่วนตัวสูง และขี้อาย ผมฝันอยากทำงานด้านศิลปะ เป็นพวกติสนั่นแหละ</strong></span> ทำให้ผมไม่ค่อยเชื่อฟังและเดินตามรอยของทางครอบครัวเท่าไหร่ จากที่ผมเห็นครอบครัวญาติของผมเองทำงาน เค้าเป็นเจ้าของโรงงานก็จริง แต่ทำงานหนักเหลือเกิน วันหยุดแทบไม่มี ผมเห็นแล้วเหนื่อยแทน แต่ผมก็ไม่ได้มีความคิดจะเข้าไปช่วยเท่าไหร่หรอกนะครับ ดูเป็นคนไม่ดีใช่ม๊าาา</p>
<p>แต่สิ่งที่ผมต้องการก็คือ <strong>&#8220;งานอะไรก็ตามที่จะทำให้ผมทำงานน้อย แต่ได้เงินเยอะ และสามารถหยุดพักได้ แต่ยังได้เงินอยู่&#8221;</strong> เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเล่นเกมส์ ผมตามหาสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็กๆครับ และผมก็เจอ !!</p>
<p>ไม่ใช่ค้ายาบ้า ขายบริการนะครับ อย่าเพิ่งคิดไปไกล ฮ่าๆ แต่นั่นก็คือ ธุรกิจเครือข่าย ครับเพื่อนๆ หลายคนฟังแบบนี้ถึงกับร้อง ยี้ เพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีของธุรกิจเครือข่ายมาใช่ไหมครับ ผมก็เช่นกันครับ ผมได้พบกับธุรกิจเครือข่ายมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ประสบการณ์คงไม่ต้องเล่าให้ฟังครับ คล้ายๆกับเพื่อนๆหลายคนแน่นอน เพราะผมต้องไปประชุม เสียค่าบัตร เดินทางไกล โดนตื้อ โอยสารพัด แต่สิ่งหนึ่งที่มันจึ๊ก! กับผมก็คือ &#8220;มันสร้างรายได้มหาศาลได้ และสามารถหยุดพักได้แต่เงินยังไหลเข้ามาอยู่&#8221; ว้าว ฟังแบบนี้แล้วค่อยน่าค้นหาหน่อย</p>
<p><a title="299433984 by _xOul_, on Flickr" href="http://farm8.staticflickr.com/7011/6497860691_3852e80084.jpg"><img class="alignleft" src="http://farm8.staticflickr.com/7011/6497860691_3852e80084.jpg" alt="pic0001" width="182" height="199" /></a></p>
<p>ตอนที่ผมไปฟังบรรยายครั้งแรก (ผมฟังบรรยายเสร็จแล้วก็ยังไปอบรมต่อที่โรงแรมเสียค่าบัตร 500ด้วยน๊าา) ผมฟังจบปุ๊ป หน้าตาผมเหมือนอิปโปแบบนี้เด๊ะๆเลยครับ 5555</p>
<p>เผื่อใครจะอยากรู้ว่าผมไปฟังบรรยายของธุรกิจอะไรมา ผมใบ้ให้สั้นๆว่า <strong>&#8220;ตึก All Season สาธร&#8221;</strong> ผมว่าหลายคนแหละครับหลงเข้าไป ฮ่าๆ ตอนที่ผมไปตอนนั้นมันเมื่อ 7 ปีก่อนนู้นเลย สมัยผมยังหัวเกรียนอยู่เลยครับ และแว่วๆว่าในปัจจุบัน(ธันวาคม ปี54) ทีมงานนี้เค้าโดนแบนยกสายตั้งแต่ตัวพ่อกับบริษัทดัง <strong>&#8220;H ใหญ่&#8221;</strong> ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>โดยข้อหาที่โดนก็คือ <strong>&#8220;tag บรรลือโลก&#8221;</strong> คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเค้าทำวีรกรรมอะไรกันไว้ ทีมงานนั้นเค้าก็เลยจำใจต้องย้ายค่ายไปทำกับบริษัทอื่น (ซึ่งก็ไม่เข็ดเอาวิธีแบบเดิมๆไปใช้) ตอนนี้ผมก็ไม่ทราบแล้วว่าเค้าไปทำบริษัทอะไรนะครับ</p>
<p><span style="color: #800000;">ที่ผมกล่าวมาตรงนี้ไม่ใช่ว่าบริษัทนั้นหรือธุรกิจเครือข่ายไม่ดีนะครับ ผมอยากให้เห็นกันว่าสิ่งที่ผิดแปลก และทำให้สังคมไทยรังเกียจธุรกิจเครือข่ายนั้น สาเหตุหลักมาจาก <strong>&#8220;ตัวบุคคล&#8221;</strong> มิใช่ตัวบริษัทหรือตัว <strong>&#8220;ธุรกิจเครือข่าย&#8221;</strong> แต่อย่างใด มีหลายๆประเด็นที่ผมอยากให้ทุกคนได้ทราบเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของการทำธุรกิจเครือข่ายในเมืองไทยเป็นอย่างมาก</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>เอาเป็นว่า เพื่อนๆติดตามกันได้ใน blog นี้ของผมได้เลยครับ ผมจะแฉ!! และตีแผ่!! ทุกความจริงรวมถึงความรู้ทุกอณูกับการก้าวเดินบนสังเวียนธุรกิจเครือข่ายตลอด 7 ปี ของผม</strong></span> ถึงแม้ว่าระยะเวลาเพียง 7 ปี จะเป็นเวลาที่น้อยนิดกับประสบการณ์ของนักธุรกิจเครือข่ายหลายๆคน แต่ผมเชื่อว่า ด้วยความเป็นวัยรุ่น และการเดินทางในสายของธุรกิจเครือข่ายมาหลายรูปแบบ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และการศึกษาหาความรู้ของธุรกิจเครือข่ายในต่างประเทศรวมถึงได้ทำงานร่วมกับฝรั่งมาบ้าง (อยากกระซิบว่าเมืองนอกเค้าทำธุรกิจจริงๆ ไม่เหมือนบ้านเราเลย)</p>
<p>สุดท้าย ฝากภาพนี้แล้วกันครับ เพราะระยะเวลา 7 ปี บนสังเวียนธุรกิจเครือข่าย ภาพนี้มันสื่อความหมายได้ดีเลยครับ <img src='http://www.funnybiz.ws/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a title="024-16 by _xOul_, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/71879376@N08/6516311575/"><img src="http://farm8.staticflickr.com/7159/6516311575_ebefd92ace.jpg" alt="024-16" width="500" height="375" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.funnybiz.ws/2011/12/12/chapter-1-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

