ต้องยอมรับครับว่า Capture Page มีส่วนอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ หรือทำให้การทำธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น Capture Page หรือที่หลายๆคนเรียกว่า Landing Page (ปกติผมเรียกแบบนี้) คือ หน้าเว็บไซต์ที่ได้มีการจัดทำขึ้นไว้พิเศษสำหรับต้อนรับผู้สนใจที่คลิกเข้ามาที่หน้านี้ ซึ่งผู้สนใจเหล่านั้นอาจจะมาจากโฆษณาที่คุณได้ไปลงไว้ที่เว็บไซต์อื่นๆ โดยในหน้าเว็บไซต์หน้านี้จะมีการเน้น การนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนในหน้าเดียว เพื่อให้ผู้สนใจตัดสินใจจะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยให้จบในหน้านี้
ความสำคัญของ Capture Page
ในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในธุรกิจนี้ก็คือ “รายชื่อ” ผมเชื่อแน่ๆว่าหลายๆคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายหมดปัญญาเรื่องการหารายชื่อเพื่อมาทำการสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการ STP , Opp ต่างๆ จนผู้คนเหล่านั้นต้องพาตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะเค้าได้ยินมาว่า “ที่นี้มีรายชื่อไม่จำกัด” แต่เค้ากลับลืมไปว่า ที่มาของรายชื่อพวกนี้ ไม่ใช่แค่ใช้ Internet เป็นก็สามารถมีได้ มันต้องมีเครื่องมือและขั้นตอน ซึ่งเจ้า Capture Page ก็คือเครื่องมือนั้น
ความสามารถของ Capture Page หรือ Landing Page ก็คือการทำ Lead Generation (การสร้างรายชื่อผู้สนใจ) โดยส่วนใหญ่หน้าตาและเนื้อหาของ Capture Page จะถูกออกแบบมาให้มีเนื้อหาที่กระชับ ตรงประเด็น และง่ายต่อการตัดสินใจมากที่สุด เพื่อให้ผู้สนใจที่เข้ามาที่หน้านี้ทำการ Submit หรือลงชื่อกรอกข้อมูลแสดงความสนใจ และหลังจากนั้น เราก็จะนำรายชื่อเหล่านี้ไปเข้ากระบวนการ Follow Up ผ่าน Email Marketing อีกที
องค์ประกอบสำคัญในหน้า Capture Page
โดยปกติแล้ว หน้าแคปเจอร์เพจ จะเป็นหน้าที่สรุปข้อมูลทั้งหมดเพื่อเปลี่ยน “ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์” ให้เป็น “ผู้สนใจ” ให้เร็วที่สุดในหน้านี้ การออกแบบหน้า Capture Page ที่ดีควรทำข้อมูลที่เน้นและโฟกัสไปที่ข้อมูลเฉพาะของสิ่งที่ต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะ
มีคำถามง่ายๆ ที่คุณจะต้องตอบก่อน ทำหน้า Capture Page ได้แก่
- อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ ในหน้าๆนี้ ? (What)
- ใครคือกลุ่มที่คุณต้องการดึงเค้าเหล่านั้นเข้ามาดู ? (Who)
- ทำไมเค้าต้องสนใจสิ่งที่คุณนำเสนอ ? (Why)
- เค้าต้องทำอย่างไร เมื่อต้องการเอาด้วยหรือติดต่อ ? (How)
เขียนคำตอบทั้งหมด และพยายามสรุปรวบรวมข้อมูลหลักๆ นำมาสร้างเป็นข้อมูลที่มีแรงจูงใจ เพื่อทำให้ผู้สนใจเกิดการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
องค์ประกอบหลักสำคัญที่ควรมีใน Capture Page
1.Headline
ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะเห็นเป็นอันดับแรก ซึ่งผลการวิจัยบอกว่าส่วนหัวของเว็บเป็นส่วนที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เข้าใจว่า หน้านี้ต้องการจะสื่อความหมายอะไร โดยความคิดทั้งหมดจะถูกประมวลออกมาใน 5 วินาทีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนหากเรามีการทำหัวเว็บให้เข้าใจง่ายต่อสิ่งที่เราจะสื่อออกไป ก็เป็นตัวตัดสินได้เลยว่า ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จะกลายเป็นผู้สนใจหรือไม่
2.เนื้อหาต้องผูกมิตรและแสดงตัวตน
ในส่วนของเนื้อหาของตัวเว็บ (Body) จะแตกต่างจากการ Sponsor แบบออฟไลน์ที่เราเคยเจออย่างสิ้นเชิง เพราะผู้คนจะไม่สนใจว่าธุรกิจของคุณคืออะไร หรือมันเจ๋งแค่ไหน แต่เค้าอยากรู้จักคุณ ว่าคุณเป็นใคร มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน คุณเชื่ออย่างที่เค้าเชื่อไหม ผู้สนใจส่วนใหญ่จะยอมติดตามเรื่องที่เรานำเสนอเพราะว่าเราเคยผ่านเรื่องราวคล้ายๆเค้ามาก่อน และเราผ่านมันมาได้ สิ่งนี้คือสิ่งที่เค้าอยากรู้ต่อว่าเราผ่านไปได้อย่างไร
3.สร้างหัวข้อที่สร้างความน่าสนใจ
หลายๆครั้งหน้า Capture Page ของเราอาจจะไม่ได้สั้นไปทุกครั้ง บางครั้งมันอาจยาวยืดลงไปใช้เวลาดูหลายสิบนาที เพราะฉะนั้น เราอาจเขียนข้อความสั้นๆ ตัวใหญ่ๆ เด่นๆ เพื่อสรุปและเป็นหัวข้อให้กับผู้สนใจ เพื่อให้เค้าเข้าใจในสิ่งที่เราจะนำเสนอมากขึ้น
4.ตั้งคำถามและตอบ
พยายามใช้การตั้งคำถามที่คนส่วนใหญ่มักจะสนใจ และสร้างคำตอบทื่เชิญชวน เช่น “อยากเพิ่มความสำเร็จให้กับธุรกิจคุณหรือไม่? ลงทะเบียนรับ e-book การทำการตลาด 3.0 เพื่อเปิดโลกใหม่ให้กับธุรกิจของคุณ ฟรี!”
5.ใช้ภาพเข้าช่วย
การอ่านเว็บไซต์ส่วนใหญ่ ผู้สนใจจะจับสายตากับสิ่งที่เป็นภาพเป็นอย่างแรก ดังนั้นควรจะเลือกภาพที่มีความโดดเด่น หลักๆ 1-2 ภาพ และไม่ควรมีภาพมากจนเกินไป จนทำให้ทุกภาพดูเด่นไปหมด และบริเวณภาพควรมีข้อมูลที่คุณต้องการสื่อ หรือนำเสนออยู่บริเวณนั้น
6.Call to Action
เมื่อมีการกระตุ้น ผู้สนใจจนสนใจมากขึ้นจนเค้ารู้สึกอยากเอาด้วย การปิดจบทันที ด้วยปุ่มให้ผู้สนใจลิงค์ไปหน้าแบบฟอร์มลงชื่อ เพื่อการ follow up สานสัมพันธ์ต่อด้วย email marketing เพื่อไปสู่การ sign up เข้าร่วมธุรกิจต่อไป หลักการของ call to action เราควรมีปุ่มหรือแบบฟอร์มในตำแหน่งที่เหมาะสม และหาได้ง่ายในหน้านั้น สำคัญคือรูปภาพหรือลูกศรชี้ พร้อมข้อความสั้นๆที่กระตุ้นให้คลิก
สิ่งสุดท้ายที่คุณจะต้องทำคือการทดสอบหน้า Capture Page ของคุณว่า เมื่อมีการนำเสนอแล้ว เมื่อผู้สนใจเข้าสู่หน้านั้นๆแล้ว เกิดความสนใจ มากน้อยแค่ไหน โดยอาจจะให้เพื่อนของคุณ เข้ามาดูหน้าเว็บที่ทำเอาไว้ ภายใน 5 วินาที โดยไม่ต้องมีการบอกก่อน ว่าหน้าที่ต้องการให้นำเสนอเกี่ยวกับอะไรบ้าง หลังจากนั้น ถามว่าอะไรคือสิ่งที่เค้าจำได้ในหน้าเว็บไซต์นั้นหลังจากดู อะไรคือสิ่งที่หน้าเว็บหน้านั้นต้องการจะถ่ายทอด หรือสื่อสาร ถ้าเพื่อนของคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่ “สิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ” ก็แสดงว่าคุณก็มาถูกทางแล้วครับ




Follow Us!