หลายๆ คนเคยมีความเชื่อในแสนยานุภาพของธุรกิจเครือข่ายว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนจากศูนย์เป็นแสนเป็นล้านได้ แต่หลายๆคนก็ลดระดับความเชื่อลงเมื่อได้ทดลองเอาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เพราะที่ผ่านๆมามีผู้คนบาดเจ็บล้มตายในธุรกิจเครือข่ายมากมาย บ้างว่ามีถึง 95% ที่ล้มเหลว จากความเชื่อจึงค่อยๆกลายมาเป็นความเบื่อหน่าย จนเอือมระอาและผู้คนจำนวนมากจึงปิดใจกับธุรกิจนี้ หากมีเพื่อนพ้องหรือคนรู้จักคนไหนที่ทำธุรกิจนี้ ก็จะถูกรังเกียจ หลีกเลี่ยงไม่พบเจอ เสมือนเป็นคนที่น่าขยะแขยงไปในที่สุด
คำถามคือ แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ?

จากประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายของผมได้พบว่า ผู้คนมากมายที่เข้ามาร่วมวงศาคณาญาติในธุรกิจเครือข่าย ไม่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจ อาจเพราะเค้าได้ยินได้ฟังคำโฆษณาอย่างมากมายจากคนที่เข้าไปแนะนำเค้า หรือเพราะได้รับความเชื่อผิดๆมาจากผู้นำบางกลุ่ม
ทั้งนี้ผมจึงตั้งกฏ 4 ข้อ ขึ้นมาสำหรับคนที่คิดจะเข้ามาร่วมธุรกิจเครือข่ายหรือที่กำลังอดอยากปากแห้งในธุรกิจนี้ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของธุรกิจและสามารถดำเนินธุรกิจเครือข่ายได้ง่ายขึ้น และอาจถึงขั้นเข้าใจว่าธุรกิจนี้เหมาะสมกับตัวคุณเองหรือไม่…
กฏข้อที่หนึ่ง : จงรู้ไว้ตลอดว่าธุรกิจนี้คือธุรกิจของเรา
หากเราตระหนักได้ตลอดว่านี้คือธุรกิจของเรา เราจะไม่มีข้อแม้ใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต้องดี แผนต้องเจ๋ง อัพไลน์ต้องดี ระบบต้องดี ทีมงานต้องเก่ง สิ่งเหล่านี้จะ“ไม่”เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคุณ

หลายต่อหลายคนเชื่อว่าธุรกิจเครือข่ายเมื่อเข้ามาจะต้องมีทีมงานคอยช่วยเหลือ จะต้องมีคนทำตรงนั้นตรงนู้นตรงนี้ให้ ธุรกิจมันถึงจะเดินหน้าได้ หรืออาจเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีรายได้ปัญหาทั้งหมดก็จะหายไป จริงแล้วมันคือความเชื่อผิดๆที่เชื่อกันมา ในธุรกิจเครือข่ายเป็นเรื่องของการขยายเครือข่ายผู้บริโภค เป็นเรื่องของการสร้างคน แต่ความเชื่อเรื่องการช่วยกันขยายเครือข่ายยังคงครอบงำนักธุรกิจนับแสนนับล้านคนอยู่ เค้าจึงยังตระหนักไม่ถึงว่า “นี้มันคือธุรกิจของเค้า” ทำให้พวกเค้ายังคงรอ รอ รอ แล้วก็รอสิ่งที่ดีพอสำหรับเค้า แต่ไม่เคยทำตัวเองให้ดีพอสำหรับสิ่งที่เค้าต้องการ
เมื่อคุณตระหนักได้เช่นนี้“สิทธิ์ในการเลือก”จะตกมาเป็นของคุณ ความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปัจจัยภายนอก แต่ถูกกำหนดด้วยตัวของเราเอง
กฏข้อที่สอง : รู้จังหวะแรงเหวี่ยงของธุรกิจ
ในธุรกิจเครือข่ายเชื่อได้ว่าหลายต่อหลายคนเข้ามาในวงการนี้เพราะคำโฆษณาที่ว่าทำงานเพียงไม่กี่เดือนก็มีรายได้หลักหมื่นหลักแสนจนลาออกจากงานมาทำเต็มเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงระวัง เพราะมันคือดาบสองคม
จะว่ามันคือเรื่องจริงก็ใช่ เพราะมีคนทำได้ จะว่ามันไม่จริงก็ใช่ เพราะก็มีคนทำไม่ได้เช่นกัน หากเรารู้ความเป็นไปของธุรกิจเครือข่ายในการที่เราจะมีรายได้อยู่ตัวเราต้องรู้จังหวะของแรงเหวี่ยงในธุรกิจ สิ่งนี้อาศัยระยะเวลา… ใช่ว่า 3-5เดือนจะรู้เรื่อง บางครั้งใช้เวลา 3-5ปีเลยทีเดียวกว่าเราจะเข้าสู่จุดแรงเหวี่ยงของธุรกิจ

สิ่งที่เราต้องทำจริงๆก็คือ สร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง เลิกคาดหวังกับทีมงานบางคนหรือบางสายงาน หรือหลงระเริงกับรายได้ที่เข้ามาปุ๊ปปั๊ป เพราะกว่าเราจะเข้าสู่จุดแรงเหวี่ยงจริงๆ เราต้องมีทีมงานมืออาชีพอย่างน้อย 30-40คน ที่สามารถเป็นผู้นำได้โดยไม่ต้องพึ่งเรา เครือข่ายผู้บริโภคที่ใช้สินค้าต่อเนื่องต้องไม่ต่ำกว่า 5,000คน เพราะฉะนั้น “นิ่งและต่อเนื่อง” คือสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจเครือข่าย
อันที่จริงจุดแรงเหวี่ยงในธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่จำนวนรายได้ที่เข้ามาหรือคุณอยู่ในตำแหน่งสูงเพียงใด แต่มันถูกกำหนดโดย“เครือข่ายผู้บริโภคของคุณ”
กฏข้อที่สาม : อย่ามัวแต่สร้างท่อ ตักน้ำบ้างก็ได้
ผมเชื่อว่านักธุรกิจเครือข่ายหลายๆท่านเคยได้ดูวิดีโอชุดท่อส่งน้ำ ที่พูดถึงการสร้างท่อส่งน้ำจากยอดเขาต่อตรงลงมาที่หน้าบ้านเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ดีกว่าเดินไปตักน้ำทุกวัน ซึ่งมันเข้ากับคอนเซปในการสร้างรายได้แบบ passive income ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายรู้ว่าธุรกิจเครือข่ายตอบโจทย์ข้อนี้ได้
แต่กระนั้นเลยหากเราลองมองย้อนกลับไปในกฏข้อที่สอง เราจะพบว่าในธุรกิจเครือข่ายกว่ารายได้ของเราจะเข้ามาอย่างต่อเนื่องเหมือนเพียงแค่เปิดก๊อก มันต้องใช้เวลานาน…กว่าจะสร้างเสร็จ สิ่งนี้จึงทำให้นักธุรกิจเครือข่ายหลายคนลืมไปซะสนิท จนทำให้หมดทุนในการทำธุรกิจก่อนที่จะมีรายได้ซะอีก

หากคนที่ดูการ์ตูนท่อส่งน้ำบ่อยๆหรือกลับไปดูตอนนี้จะพบว่า ปาโปนไม่ได้ใช้เวลาในการสร้างท่อส่งน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เค้าเอาเวลาที่เหลือจากการตักน้ำไปสร้างท่อส่งน้ำต่างหาก ทำให้เค้ายังคงมีรายได้เข้ามาทุกวันไปพร้อมๆกับการสร้างท่อส่งน้ำ
เมื่อถึงจุดนี้จะมีหลายคนตั้งคำถามว่า.. อ่าว! งี้ก็ยังต้องทำงานประจำอยู่สิ ถ้าตอนนี้ฉันอยากทำเต็มตัวเลยล่ะ ไม่ได้หรือ? จริงอยู่ครับหากใครที่ทำงานประจำอยู่หรือเปิดร้านอะไรเป็นของตัวเองอยู่ ก็ให้พึงนึกไว้เสมอว่าอย่าเพิ่งหยุด จนกว่าเครือข่ายคุณจะไปถึงจุดแรงเหวี่ยง เพราะงานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันมันช่วยสร้างกระแสเงินสดให้คุณได้
แต่หากใครชอบทำธุรกิจเพียวๆ ผมก็ต้องตอบว่าได้เช่นกันครับ! เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ทำธุรกิจเครือข่ายอย่างเต็มตัวมาตลอด เพราะผมไม่เคยทำงานประจำได้นานนัก ทำให้ผมต้องเริ่มคิดหาหนทางสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจเครือข่ายที่ผมทำอยู่ ในทุกธุรกิจเค้าจะมีสิ่งที่เราสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ แล้วแต่ว่าบริษัทนั้นจะให้บริการหรือจำหน่ายสินค้าอะไร และผมก็ได้พบกับแนวคิดของธุรกิจเครือข่ายที่นึงว่า “3S+1M” หรือ Selling, Sponsor, Support, Meeting เราจะเห็นว่าแนวคิดนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2ส่วนใหญ่ๆที่ผมนิยามไว้ว่า 3สร้าง 1สินค้า เราจะเห็นชัดเจนว่างานสามอย่างเกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย ส่วนอีกหนึ่ง เกี่ยวกับงานขาย…
แน่นอนนักธุรกิจที่เข้ามาในเครือข่ายหลายร้อยหลายพันไม่ชอบงานขาย ไม่ชอบขายของ รวมถึงผมก็เช่นกัน… แต่หากเราลองมองดูดีๆเราจะพบว่า การจำหน่ายสินค้าได้ จะทำให้เรามี“กระแสเงินสด”เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะกำไรเกิดขึ้นทันที ณ สินค้าที่ถูกซื้อไป
คำถามคือ แล้วแบบนี้เราจะต้องขายของงั้นหรือ?
หากจะตอบว่าใช่ ก็คงจะถูก แต่หากจะให้เข้าใจจริงๆเราก็ต้องรู้ถึงกลุ่มคนที่เราจะต้องทำงานด้วย ในธุรกิจเครือข่ายหนึ่งในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั้นก็คือ “กลุ่มลูกค้า” ซึ่งเราไม่จำเป็นเลยต้องเล่ขายของหรือหาทำเลเอาของไปขาย เพราะในธุรกิจเครือข่ายสินค้าทุกอย่างถูกขายด้วยตัวของมันเอง และมันจะถูกซื้อเมื่อมันดี แน่นอนครับ! ผลลัพท์ของสินค้าในธุรกิจเครือข่ายมันปรากฏอยู่บนเรือนร่างของคุณอยู่แล้ว อย่ากลัวเมื่อมีคนถามว่าใช้อะไร อย่ากลัวที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ดีๆให้กับคนที่เค้าถามคุณ เมื่อนั้นเค้าจะยินดีซื้อ… มากกว่ารอให้คุณไปขาย
กฏข้อที่สี่ : อย่าโลภ
กฏข้อนี้ผมตั้งขึ้นมาจากประสบการณ์โดยตรงของผมเอง ถึงแม้ว่าคำว่า “อย่าโลภ” ผมจะเคยถูกสอนมาแล้วหลายครั้งจากบุคคลหลายคน แต่กระนั้นเลยเมื่อมันไม่โดนกับตัวเองผมก็คงไม่เชื่อ และเชื่อเถอะครับว่าเมื่อความโลภเข้าครอบงำ ทุกอย่างก็พังทลาย…

ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆว่าความโลภจะเกิดขึ้น ณ เวลาไหนบ้าง
#ในยามที่คุณเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายและผ่านจุดเริ่มต้นไปได้แล้ว เวลานั้นคุณจะมีรายได้เข้ามามากขึ้นคุณจะเริ่มสบายตัว และเมื่อนั้นล่ะที่คุณจะเริ่มมองหาช่องทางรายได้อื่นๆให้กับตัวคุณเอง เคสนี้ผมแนะนำให้ไปดูกฏข้อสองโดยพลัน…
#เมื่อคุณเริ่มฉายแววในองค์กรให้ประจัก ความสามารถของคุณเริ่มล้นเหลือ มีแววเด่นชัดว่าคุณจะกลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เมื่อถึงเวลานั้นจงพึงระวัง เพราะพญายมกำลังจะยื่นมือมามอบอำนาจด้านมืดให้กับคุณ สาธยายซะเว่อร์!แต่ผมกำลังจะหมายถึงว่า คุณจะเริ่มมีคนที่ทำเครือข่ายปรี่เข้ามาหามากขึ้น มาลากคุณไปอยู่ภายใต้องค์กรเค้า เพียงเพราะหวังว่าคุณจะไปทำให้เค้ามีรายได้ที่มากขึ้นมีองค์กรที่แข็งแกร่งขึ้น เคสนี้แนะนำให้ไปดูกฏข้อหนึ่งและสองโดยพลัน…
#เป็นเรื่องธรรมดาที่ในหนึ่งบริษัทจะมีองค์กรหลายสายงาน และนั่นแหละคือสิ่งที่คุณต้องพึงระวังเพราะเหมือนกับเคสเมื่อกี้ที่คุณจะเริ่มเห็นคนเก่งเป็นไม่ได้ คุณจะเกิดอาการ”อยากได้!” ขึ้นในหัวสมองของคุณ เมื่อคุณเกิดอาการนี้ขึ้นมา ผมขอสาปแช่งให้คุณที่ได้อ่านบทความนี้จงมีคำว่า “อย่าโลภ” ผุดขึ้นมาโดยพลัน…
นี่เป็นเพียงเคสธรรมดาๆที่มันจะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในเส้นทางธุรกิจเครือข่ายของคุณ เพราะฉะนั้นอย่าได้โลภโดยเด็ดขาดนะตัวเธอว์


Follow Us!